รีวิวประสบการณ์เรียนภาษา
ที่ IDEA Academia

โดย คุณโอ๊ต อายุ 37 ปี

อดีตพนักงานบริษัทเอกชน เเผนกการตลาด

ระยะเวลาเรียนทั้งหมด 16 สัปดาห์

Part 1 สถาบัน IDEA Academia หลักสูตร ESL 

ทำไมถึงสนใจไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ ?

ด้วยตัวของประเทศฟิลิปปินส์ไม่ไกลจากประเทศไทยนัก ศึกษามาว่าความเป็นอยู่ของเค้าคล้ายๆกับประเทศไทย เราไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ค่าครองชีพของเค้าไม่สูงนัก แล้วก็มาตรฐานภาษาอังกฤษของเค้าอยู่ในระดับดีทีเดียว ก็เลยอยากลองไปศึกษาดูค่ะ

เคยเรียนภาษาอังกฤษที่สถาบันสอนภาษาอื่นมาก่อนไหม ?

เคยเรียนค่ะ เคยเรียนทั้งแบบตัวต่อตัวในเมืองไทยและลงออนไลน์ที่เรียนที่บ้านแบบตัวต่อตัวเหมือนกันค่ะ ครั้งแรกที่เรียนเป็น Native Speaker ชาวอังกฤษค่ะ อันนี้เรียนตัวต่อตัว เป็นสถาบันไม่ได้มีชื่อเสียง แต่อยู่ใกล้บ้านค่ะ ครั้งที่สองเรียนเป็นคอร์สออนไลน์ ครูสอนเป็นลูกครึ่งไทย-สิงคโปร์ เป็นอาจารย์ดอกเตอร์จบเกี่ยวกับด้านการสอนภาษาอังกฤษและเป็นคนแนะนำให้ลองดูว่ามีประเทศฟิลิปปินส์ที่น่าสนใจถ้าอยากจะไปเรียน อยากไปใช้ชีวิตอยู่ ในราคาไม่แพงนัก ค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก และไม่ไกลจากประเทศไทยค่ะ

เรียนที่ฟิลิปปินส์กับไทยเหมือนหรือแตกต่างกันยังไง ?

ถ้าเทียบกันการเรียนที่ฟิลิปปินส์ก็จะได้ประโยชน์ในการเรียนแบบตัวต่อตัวกับครูอยู่แล้วใช่ไหมคะ ในการใช้ชีวิตประจำวันเราก็ต้องจำเป็นใช้ภาษาอังกฤษอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าเรียนที่ไทย พอหมดชั่วโมงไม่เจออาจารย์ เจอเพื่อนก็เป็นคนไทย ทำให้เลยยังใช้ชีวิตเป็นภาษาไทยอยู่มันก็เลยจะแตกต่างกันตรงนี้ค่ะ ว่าถ้าเรียนที่ฟิลิปปินส์เราก็จะได้คำศัพท์ใหม่ๆ หรือศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ศัพท์เบสิค ศัพท์ต่างๆที่บางทีเราลืมไปแล้ว แล้วแบบ อ้อ พูดแค่นี้ก็เข้าใจแล้วนะในชีวิตประจำวัน ต่างกันอยู่เยอะเลยค่ะ

ผลที่ได้รับหลังจากจากไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ ?

พอกลับมาถ้าเทียบระหว่างความรู้สึกก่อนไปกับตอนที่บอกไปตอนแรก ณ ปัจจุบันนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองกล้ามากขึ้น กล้าทั้งพูด กล้าใช้ศัพท์ มีความกล้าในการใช้ภาษาอังกฤษเยอะเลยค่ะ แล้วก็ผลที่ได้รับถ้าตั้งไว้สัก 10 คะแนนก็ได้สัก 8 คะแนน แต่อันนี้มันขึ้นอยู่กับบุคคลด้วยนะคะ บางคนอาจจะได้เกินที่คาดหวังไว้ ด้วยความที่ตัวเองไม่ได้เรียนครบ 24 สัปดาห์ ตามกำหนดเดิม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังใดๆ ที่ไปเรียนค่ะ ก็เลยรู้สึกว่าเราค่อนข้างประสบความสำเร็จตามที่เราคาดหวังไว้ แม้จะไม่สูงสุดแต่ก็ไม่เสียใจที่ได้ไปค่ะ

บรรยากาศที่สถาบัน IDEA ACADEMIA เป็นยังไง ?

บรรยากาศอยู่ใจกลางสิ่งอำนวยความสะดวก ข้างล่างสามารถลงมาอยากจะทำอะไรก็ทำ อยากจะทานอะไรก็ทาน เป็นแบบ Open ค่ะ ในตัวบรรยากาศของโรงเรียนเองก็สะดวกสบาย เพราะว่าอยู่ชั้นบนสุด Private ดี บรรยากาศของอาจารย์ หรือว่าบรรยากาศโดยรวมของโรงเรียนก็ดีนะคะ ไม่รู้สึกว่าอึดอัด ไม่ได้รู้สึกว่ามันต้องกังวลกับสิ่งใดๆทั้งสิ้นค่ะ อาจจะมีบ้างด้วยความที่ IDEA เป็นห้องเรียนแบบเปิด ก็จะทำให้มีเสียงรบกวนกันบางจุด แต่ถามว่าเวลาเราอยู่กับอาจารย์ตัวต่อตัวแล้ว เราก็ตั้งใจฟังเค้า เค้าก็ตั้งใจฟังเรา ก็คือต่างคนต่างตั้งใจต่อกัน ก็ไม่ได้รู้สึกรบกวนสมาธิใดๆ แต่เพื่อนๆ บางคนจะรู้สึกว่าเสียงมันดังไปนะ ในจังหวะที่เป็นช่วง Peak Season ก็จะมีบางจุดอับของห้องเรียนที่จะทำให้ได้ยินเสียงรบกวน แต่ถ้าเป็นช่วงปกติ ปัญหานี้ก็ไม่ต้องกังวลใดๆ เพราะบรรยากาศโดยรวมดีอยู่แล้วค่ะ

ครูที่สถาบัน IDEA Academia เป็นยังไง ?

เราได้เจออาจารย์ที่สอนเรานั้น อาจจะโชคดีหรือว่าอะไร เพราะได้เจออาจารย์ดีๆ เก่งๆ หลายๆท่าน ซึ่งก็รู้สึกว่าเรา Happy กับอาจารย์ 1. อาจารย์เป็นกันเอง 2. สำเนียงไม่ติดสำเนียงฟิลิปปินส์อ่ะค่ะ จริงๆ แล้วสำเนียงไม่ได้ติดกันนะ ไม่มีสำเนียงฟิลิปินส์เท่าไหร่ สำเนียงดีนะคะ แล้วการสอนเค้าก็ปรับเปลี่ยนตามวันก็ได้ เพราะบางวันเราก็มีแอบขี้เกียจนะ เพราะไประยะเวลานาน พอมันอยู่นานแล้วก็จะมีบางวันที่เราเบื่อๆ นอยๆ เค้าก็จะปรับเปลี่ยนตามเรา ว่า วันนี้เราอยากพูดอะไร ไม่ได้สอนแต่ในหนังสือเรียนอย่างเดียว ก็จะมีสอนอย่างอื่นด้วย คุยกันเรื่องสัพเพเหระ ไปเที่ยวไหน มีแพลนทำอะไร หรืออื่นๆ ที่เราอยากจะบอก คุยกับอาจารย์ได้หมดทุกอย่าง แต่ว่าสุดท้ายเค้าก็กลับมาในหนังสือเรียนเหมือนเดิมนะคะ ไม่ใช่ว่าหลุดแล้วหลุดเลย เค้าก็จะกลับมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แนะนำที่กิน แนะนำการใช้ชีวิตประจำวันของเรา เหมือนเพื่อนมากกว่า เราอาจจะไม่เจออาจารย์ที่ดุๆ ก็ได้มั๊งคะ ไม่แน่ใจ แต่ความเข้มงวดของอาจารย์ก็มี บางท่านก็ให้การบ้าน เช่น ให้ไดอารี่มาเขียนต้องส่งทุกอาทิตย์ บางท่านก็ให้สอบเองไม่ได้สอบเป็น final test หรือ Progress Test เราโดนสอบวิชาแกรมม่า ซึ่งไม่เกี่ยวกับที่เราต้องสอบในทุกๆเดือนค่ะ เค้าจะมีจับเราสอบ ซึ่งขึ้นอยู่กับอาจารย์และขึ้นอยู่กับตัวเราด้วยว่าเราจะสอบหรือไม่สอบ เพราะว่าอาจารย์เค้าก็จะถามเราก่อน ไม่ได้วัดผลกับใคร วัดผลกับตัวเองค่ะ

ประทับใจครูและวิชาเรียนคลาสไหนบ้าง?

เอาจริงๆที่ IDEA เราแทบจะประทับใจอาจารย์ทุกคนเลย เนื่องจากว่าเค้า Adjust สอนตามเรา เพราะเราถามเค้าว่าคนอื่นๆ สอนประมาณนี้รึเปล่า เค้าบอกว่าไม่ เค้าจะมีความยืดหยุ่นในการเข้าถึงเด็ก รู้ว่าเด็กเป็นยังไง อย่างเช่น วิชา Listening เราก็สนิทกับอาจารย์ไปเลย เนื่องจากคุยกันรู้เรื่อง อาจารย์ที่เราได้ทุกคนมีความยืดหยุ่นกับเราหมด ไม่ได้ เข้มงวดมาก ซึ่งมีอาจารย์บางท่าน เค้าก็แอบคุยกันว่า อาจารย์คนนี้ที่ได้ไปจะเข้มงวดนะ แต่กับเราเค้าก็ไม่ได้เข้มงวดมาก ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรค่ะ ซึ่ง Listening ก็ดี Reading ก็ดี Speaking (Talk Talk Talk) เราเปลี่ยนอาจารย์ เนื่องจากว่า อาจารย์เค้าถูกย้ายไปอีกเเคมปัสนึง เราก็เลยเปลี่ยนคลาสไปเป็น Pronunciation ก็เจออาจารย์ที่น่ารักสำหรับเราค่ะ เราก็เลยรู้สึกว่า ไม่มีอาจารย์คนไหนที่ประทับใจมากที่สุด เพราะว่าเราประทับใจอาจารย์ทุกๆ ท่านที่สอนเราค่ะ เค้าสามารถบิ้วต์เราได้ในทุกๆคนค่ะ เพราะแต่ละคนก็ต่างคาเเรคเตอร์กัน อย่างแกรมม่า เรารู้สึกว่าต้องเข้มงวด เราก็ได้อาจารย์ที่เข้มงวดกับเรา ไม่ใช่อาจารย์ที่ชิวๆ อาจารย์ที่ชิวๆ จะสอน Listening ซึ่งเราก็โอเค เพราะ Listening ชิวๆ ได้ เลยทำให้เรารู้สึกว่าโอเค อย่าง Reading เรารู้สึกว่าต้องอยู่แต่ในหนังสือบ้างและต้องมีการพูดคุยในหัวข้อ สมมติว่า เป็นหนึ่งเรื่องแล้วไปคุยสัพเพเหระ อาจารย์ก็ยังคงกลับมาในศัพท์ที่เรียนอยู่ในบทนั้นค่ะ แต่ก็มีให้แชร์ประสบการณ์ ทุกอย่างสำหรับเราทุกท่านโอเคหมด ประทับใจทุกท่าน เพราะทุกท่านมีจุดดีและจุดด้อยแตกต่างกันค่ะ

เทคนิคการสอนดีๆ ที่ประทับใจ จากครูที่สถาบัน IDEA Academia ?

เราประทับใจในส่วนที่เป็น Pronunciation ค่ะ ที่เรารู้สึกว่า อ๋อ จริงๆแล้วที่คนไทยกังวลในเรื่องของสำเนียง แต่ถ้าคุณออกเสียงให้มันตรงกับคีย์ของเค้า นั่นคือทุกคนพูดได้เหมือนกันหมด อันนี้เรารู้สึกว่าเป็นเทคนิคที่เราควรจะรู้มาตั้งแต่เล็กๆ ไม่ใช่เพิ่งรู้ มันจะทำให้ต่อยอดและพัฒนาได้ดีกว่านี้ จำเทคนี้พูดได้กับทุกๆชาติ อย่างคนไทยจะมีสำเนียงคนไทย ต่างชาติก็จะมีสำเนียงต่างชาติ แต่ถ้าเรารู้ว่าคีย์ของตัวนี้ออกประมาณไหน ก็จะให้สื่อสารได้เป็นสากลค่ะ จริงๆ อาจจะมีการสอนแบบนี้มานานแล้ว แต่ด้วยความที่เราไม่ได้จับนาน และที่นี่ก็เหมือนกับเปิดอีกโลกนึงให้เราเรื่องการออกเสียงค่ะ เลยทำให้เรารู้สึกประทับใจมากที่สุดในเทคนิคนี้และนำมาใช้ได้ค่ะ เพราะอันอื่นๆ  Reading, Grammar หรือ Speaking มันสามารถฝึกที่ประเทศไทยได้ และอาจารย์ที่เมืองไทยก็สอนแบบนี้อยู่แล้ว สมัยก่อนก็ไม่ค่อยมีการสอนออกเสียงนะ หรือว่ามีเราก็ไม่มั่นใจแต่เราไม่เคยได้รับ พอมาปัจจุบัน เริ่มมีคนให้ออกเสียงให้ตรง อันนี้ก็ดีเหมือนกันที่เป็นเทคนิคที่เราเพิ่งจะรับทราบและนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ณ ตอนนี้ค่ะ

อะไรที่ปลดล็อคเราให้กล้าพูด กล้าใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ?

ตัวปลดล็อคคือความหิว (หัวเราะ) เนื่องจากว่าถ้าเราพูดไม่ได้ เราก็ไม่สามารถซื้อของได้ หรือนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แล้วเราเป็นคนที่ชอบที่จะคุยสื่อสารกับคนอื่นอยู่แล้วอ่ะค่ะ  แล้วเราก็ชอบที่จะมีเพื่อนใหม่ๆ อยู่แล้ว ทำให้รู้สึกว่าเราจำเป็นที่ต้องกล้าพูดกับคนอื่นๆ ไม่อย่างนั้นเราจะต้องอยู่คนเดียว เราไม่ชอบที่เราจะต้องอยู่คนเดียว เรียนคนเดียว ถ้าเราแค่เอ่ยปาก แค่พูดออกไป แค่สื่อสารกับเค้าให้รู้ว่าจะอะไร อย่างไร แค่นี้ได้ก็โอเคแล้ว ไม่จำเป็นต้องถูกต้องตามประโยคแกรมม่า ถึงแม้ว่าเราเรียงประโยคไม่ถูก แต่เค้าเข้าใจเรา ทุกอย่างโอเคจบ ถ้าถูกต้องตามหลักแกรมม่าด้วยนั่นถือว่าดีที่สุด ก็ควรกระทำ แต่บางทีพอไปแรกๆ ก็ยังไม่สามารถทำได้ แต่เรารู้สึกว่าเค้าเข้าใจเรา เราโอเคแล้วค่ะ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราปลดล็อค ว่าจริงๆ มันไม่ต้องถูกแกรมม่าก็ได้ ถ้าเค้าเข้าใจเราทุกอย่างมันคือจบค่ะ

อาหารที่สถาบัน IDEA Academia เป็นยังไง ?

อาหารบางมื้อก็อร่อย บางมื้อก็ไม่อร่อย บางมื้อก็ไม่อร่อยเลย (หัวเราะ) ถ้าเเนะนำก็เป็น ข้าวมันไก่ ไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าอะไร รู้แค่ว่าเค้าเหมือนข้าวมันไก่บ้านเรา ซึ่งอร่อย ในช่วงที่โอ๊ตอยู่โอ๊ตไม่เจอเรื่องอาหารขาดนะ แต่ว่าประมาณช่วงพีคๆ อ่ะค่ะ เพื่อนเจอแบบ อาหารไม่เพียงพอ อันนี้อาจจะเป็นจุดนึงก็ได้ค่ะที่ไม่แน่ใจว่ายังไง ตอนโอ๊ตไปโอ๊ตไม่เจอ แต่มีบางมื้อที่เป็นเนื้อ อันนี้เป็นส่วนน้อย โอ๊ตเป็นคนไม่ทานเนื้อ ด้วยความที่โรงเรียนเปิดให้โอ๊ตออกไปข้างนอกได้ไง เลยมีความรู้สึกว่า โอ๊ตเลือกทานอย่างอื่นได้ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ได้เป็นประเด็นมากนัก เห็นบางท่านจ่ายตังค์มาแล้วก็รู้สึกว่าต้องกินที่โรงเรียน เหมือนเค้าไม่คุ้ม เราไม่ได้คิดในแง่นั้น คือทุกคนมีสิทธิ์คิดค่ะ เผอิญเป็นโอ๊ตเลยไม่ได้รู้สึกในแง่นั้นค่ะ ไม่เป็นไร ได้กินข้างนอกบ้าง มองคนละมุมกัน สมมติมี 10 เมนู ให้ดีเป็นเมนู สองเมนูที่โอเค (หัวเราะ)

หอพัก Standard Dorm เป็นยังไง ?

ห้องพัก 3 คน ด้วยความที่โอ๊ตอยู่ห้องสุดท้าย A19 ค่ะ ห้องพักมันจะใหญ่กว่าเพื่อน โอ๊ตเลยไม่ได้รู้สึกอึดอัดใดๆ รู้สึกค่อนข้าง private เนื่องจากเป็นห้องสุดท้าย ซึ่งบรรยากาศของ dormitory อ่ะค่ะ จากที่ทางคุณข้าวบอกเน๊อะ ว่ามันอาจจะไม่ได้สวย ไฮโซ ใดๆ ทั้งสิ้น ก็เป็้นอย่างนั้นจริงๆ ถามว่ารับได้ไหม ตัวโอ๊ตเองโอ๊ตรับได้ มันมีสเน่ห์ของมัน ด้วยความที่ว่าทุกคนไม่ได้อยู่ในห้องของตัวเอง ออกมาคุยกัน ออกมาเล่นกัน  มันก็อารมณ์เหมือนสังคมเล็กๆ อีกกลุ่มนึงตรงนั้น เดินผ่านกัน ก็ทักทายกัน ถ้าอยู่ที่โรงเเรมก็ไม่ได้อารมณ์ตรงนั้น เพราะก็ห้องใครห้องมัน ชั้นใครชั้นมันค่ะ เราก็รู้สึกว่ามันเป็นอีกหนึ่งสเน่ห์ที่เราชอบ คนอื่นอาจจะไม่ชอบ ถ้าเกิดคนที่ private อาจจะไม่ชอบ

บรรยากาศอบอุ่นดี ได้เพื่อนมากขึ้น เพราะว่าเรามีคลาสกลุ่มแค่ 1 คาบ ไม่ได้มีคลาสกลุ่มเยอะ แต่พัก Dormitory เราเจอเพื่อนเยอะขึ้น เพราะออกมาคุยกัน ออกมากินข้าวกันค่ะ ส่วนความสะอาดขึ้นอยู่กับรูมเมทว่าในห้องเราสะอาดหรือไม่สะอาด แล้วความสะอาดทั่วๆไป ของหอพักก็ปานกลาง ไม่ได้สะอาดมาก แต่ต้องเข้าใจก่อนนะคะว่า ชนชาติเค้าไม่ได้สะอาดจ๋าแบบเมืองไทย บางคนก็สะอาดเว่อร์ เค้าไม่ได้เป็นแบบนั้น เราก็เข้าใจว่าคนฟิลิปปินส์ไม่ได้เป็นคนสะอาดมาก ซึ่งเรารับได้อยู่แล้ว แค่ในห้องเราสะอาด เจอรูมเมทสะอาด แล้วเรารักษาความสะอาดทุกอย่างก็คือสะอาด ผ้าปูที่นอนเราก็ไม่เคยเจอสกปรกนะคะ หมอน ผ้าห่มก็โอเค ไม่เคยเจอน่าเกลียดใส่เราค่ะ

ความปลอดภัยบริเวณหอพักและรอบๆ โรงเรียน ?

เรารู้สึกว่าความปลอดภัยอยู่ที่ตัวเอง ด้วยความที่เรียนเสร็จ ไม่เกิน 2 ทุ่ม ก่อน curfew เราก็เข้าหอพักอยู่แล้ว รอบๆ บริเวณนั้นดูน่ากลัวสำหรับครั้งแรก ถ้ามองเข้าไป ด้วยความที่คุณ รปภ. เค้าเป็นคนเฟรนลี่ รู้จักกัน แซวกัน เล่นกัน ก็เลยทำให้รู้สึกว่าความปลอดภัยมีมากยิ่งขึ้น เพราะว่าเค้าจำนักเรียนไทยได้ค่ะ ด้วยความที่ซอยมันไม่ได้ลึกมาก เค้าก็จะเห็นแล้วแหละ เค้าก็จะทัก อ้าว กลับมาแล้วเหรอ เค้าเหมือนดูเราตั้งแต่ต้นซอยที่เดินเข้าไป ถ้ารูปลักษณ์ดูเหมือนไม่ปลอดภัย แต่ก็ปลอดภัย ความรู้สึกเราคือปลอดภัยดี เราไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องระแวงใดๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิต และการระวังตัวของตัวเองด้วยค่ะ มันอยู่บนพื้นฐานของตัวเราด้วยว่าเราระวังตัวไหม หรือเดินเล่นมือถือตลอดเวลา ความเสี่ยงมันมีเหมือนกันนะ ถ้ามองว่าไม่ปลอดภัยก็ไม่ปลอดภัยเหมือนกัน ก็มีเด็กมาขอเงินบ้าง ถ้าเราจัดการได้ก็คือ จบ แค่บอกเค้าไปว่าไม่มี ถ้าคุณรปภ. เห็นเค้าก็จะมาช่วยไล่ ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เค้าก็จะมีวิธีของเค้า พูดภาษาเค้ากันค่ะ เราไม่ได้เจอแถวหอพักนะคะ จะเจอเลยหอไป เด็กเค้าก็ไม่วอแวนะคะ พอบอกว่าไม่ได้เค้าก็ไม่ได้มาตาม เค้าก็ด่าเป็นภาษาอังกฤษแหละ ซึ่งเราก็คิดว่าเค้าเป็นเด็กน้อย ถ้าเราไปช่วงเป็นชีวิตวัยรุ่นคงกลัวๆ แหละ แต่พอเป็นชีวิตวัยนี้เราก็คิดว่าเค้าเป็นเด็กน้อยมากกว่า

This slideshow requires JavaScript.

IDEA Academia เหมาะกับนักเรียนแบบไหน ?

ถ้าเกิดอายุต่ำกว่า 18 ปี เราก็บอกตรงๆว่าเราไม่แนะนำที่นี่ ด้วยความที่ระบบเค้าเป็นระบบเปิด ออกไปไหน ตอนไหนก็ได้ มันก็อาจจะมีหลุดบ้าง ถ้าเทียบจบปริญญาตรีไปแล้ว สามารถดูแลตัวเองได้ แล้วก็มั่นใจว่าจะไม่เข้มงวดกับตัวเอง การเรียนก็จะศูนย์เปล่า เพราะว่าลาง่าย ถ้าเทียบง่ายๆ เรียนที่นี่เหมือนเรียนที่รามฯ ค่ะ ชิวแบบนั้นเลย เต็มที่เลย ดูแลตัวเองนะ อยู่ที่ตัวเอง คืออาจารย์จะช่วยในตอนเรียน แต่ได้ไม่ได้ยังไง ไม่มีใครมาคอยจ้ำจี้จ้ำไชเราค่ะ ด้วยความเป็นสถานที่เปิด แต่ข้อดีคือ มาแล้วครั้งนึง ถ้าอยากใช้ชีวิตเปิดๆ แบบที่ไม่เคยใช้ในเมืองไทย ที่นี่ก็น่าสนใจเป็นอันดับต้นๆค่ะ ถ้าต้องการความเข้มงวด เคร่งครัด หวังผล 100% ลงเรียนเป็นพวกการันตีเถอะ ที่ไหนก็ช่วยคุณได้ เเต่ถ้าเป็น ESL ทั่วไป แล้วหวังผลที่นี่ก็จะเป็นระบบเปิดไปหน่อยนะคะ (หัวเราะ) ถ้าคนควบคุมตัวเองได้ก็ไม่ติดอะไร แต่เรามีเพื่อนคนไทยมาจากอีกเอเจนซี่นึงนะ เค้าก็ชิวดี อาทิตย์นึงหยุด อาทิตย์นึงเรียน เพราะเค้าชิวๆ (หัวเราะ)

ถ้าเทียบกับ EV Academy เค้าก็จะไม่แบบนี้ จะมีหักคะแนน นู่น นี่นั่น ที่นี่ไม่ได้มีขนาดนั้น ถ้าต้องการความยืดหยุ่นโอเค ถ้าต้องการความเข้มงวด อาจจะมีสถาบันอื่นที่ตอบโจทย์คุณ แต่ถ้าลงเรียนการันตี เราเห็นเด็กการันตี เค้าก็เข้มงวดนะคะ

สำหรับ Part 2 สถาบัน EV Academy หลักสูตร Sparta ESL โดย คุณโอ๊ต – คลิกที่นี่

 

รีวิวประสบการณ์เรียนภาษา ที่ IDEA Academia โดย คุณโอ๊ต