fbpx

CIA : The Culinary Institute of America

Photo Credits : CIA

เรียนทำอาหารกับ CIA
The Culinary Institute of America

The Culinary Institute of America หรือ CIA เป็นสถาบันสอนการทำอาหารที่มีชื่อเสียงด้านความเป็นเลิศทางด้านการศึกษา เป็นสถาบันที่มีอาจารย์ผู้ให้ทั้งความรู้ มีความสามารถและความทุ่มเทและนักเรียนที่มีความกระตือรือร้น ในสถาบันนี้ มีศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จจาก CIA มากกว่า 49,000 คนเลยทีเดียว โดยเริ่มเปิดสถาบันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1954 และดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน

วิทยาลัยมีวิชาเอกสาขา Food Business Management, Culinary Science และ Food Studies รวมถึงอนุปริญญาด้าน Culinary Arts หรือ Baking and Pastry Arts. ที่ CIA มีหลากหลายแนวทางให้เลือกเรียน ทั้งหมดถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมด้านการอาหารและการโรงแรม

นักเรียนจะได้ใช้เวลา 1,300 ชั่วโมงในห้องครัวหรือห้องอบขนมเป็นการเรียนรู้ภายใต้การลงมือทำ CIA มีจุดมุ่งหมายที่จะให้นักเรียนเพิ่มพูนทักษะความรู้ ความสามารถเพื่อที่จะเข้าใจในเรื่องอาหาร พวกเขาจะได้เรียนรู้ในเรื่องของการทำอาหารในหลายๆรูปแบบ ค้นคว้าเกี่ยวกับประโยชน์ของผัก ผลไม้ และอาหารชนิดต่างๆมากมาย และนอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ทักษะการทำงานเป็นทีมและการเป็นผู้นำอีกด้วย

หลักสูตรการเรียนของ CIA

New! 1. ปริญญาตรี สาขาวิชา Hospitality Management (เรียน 123 หน่วยกิต)

พัฒนาทักษะสำคัญสำหรับเตรียมตัวทำงานในโรงแรม ร้านอาหาร รีสอร์ท หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆระดับโลก ใช้เวลาเรียนประมาณ 4 ปีการศึกษา

พัฒนาตนเองเพื่อเป็นผู้นำในวงการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม
พัฒนาทักษะด้านการเงิน การตลาด การบริหารพนักงาน การปฏิบัติใช้สิ่งอำนวยความสะดวก การบริการลูกค้า อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีล่าสุดด้านศิลปะการทำอาหาร
เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานจริง โดยการบริหารจัดการกิจกรรมการโรงแรมที่ CIA นำทัวร์ด้านศิลปะการทำอาหารในเมือง New York และ Hudson Valley รวมถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับ Science of Beer Brewing ในแคมปัสของ CIA
สร้างเครือข่ายกับผู้บริหานงานด้านการโรงแรมทั่วประเทศอเมริกา รวมถึงต่างประเทศด้วย
เรียนรู้ธุรกิจจากโรงแรม ร้านอาหาร รีสอร์ทและสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำอื่นๆ
สามารถเลือก concentration ได้ดังนี้ Hotel Food and Beverage, Event Planning, Beverage Production and Service, Managed Services.

2. ปริญญาตรี สาขาวิชา Food Business Management (เรียน 132 หน่วยกิต)

เรียนที่วิทยาเขต New York

• เรียนหัวข้อเกี่ยวกับการจัดการทางการเงิน, การตลาดและการทำประชาสัมพันธ์ด้านอาหาร และการทำงานด้านอาหาร
• สำรวจและค้นคว้าเกี่ยวกับอาหารจากนานาประเทศผ่านการศึกษาทางภาษา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
• มีโอกาสในการปรับและสะสมประสบการณ์ผ่านการเรียนที่เข้มข้น
• เตรียมความพร้อมสำหรับตำแหน่งของการจัดการทางด้านต่างๆ เช่น ผู้จัดการร้านอาหาร, ผู้ประกอบการ, ผู้บริหารเชฟ, ผู้บริหารการเรียนด้านอาหาร และอื่นๆ

CIA เรามุ่งเน้นที่จะให้คุณเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งในเรื่อง แนวคิดขั้นสูงในการอบขนม, ไวน์ชั้นสูง เครื่องดื่ม และการบริหาร การเป็นผู้ประกอบการ และการทำอาหารหลากหลายนานาชาติ

3. ปริญญาตรี สาขาวิชา Culinary Science (เรียน 132 หน่วยกิต)

เรียนวิทยาศาสตร์และเทคนิคการทำอาหาร

• เรียนรู้และปฏิบัติจริงในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
• เพิ่มพูนทักษะและความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเทคนิคการทำอาหารทั้งในสเกลใหญ่และเล็ก
• มีส่วนร่วมในงานวิจัยและโปรเจคที่มุ่งเน้นความหลากหลายในสภาพแวดล้อมต่างๆ
• สำรวจอาชีพด้านการทำอาหาร การพัฒนาของเมนูอาหาร การผลิตของอาหารและเครื่องมือการทำอาหาร, การบริการทางอาหารในสเกลขนาดใหญ่ เช่น ในโรงเรียน โรงพยาบาล หรือค่ายทหาร และอื่นๆอีกมากมาย

4. ปริญญาตรี สาขาวิชา Applied Food Studies (เรียน 120 หน่วยกิต)

เตรียมพร้อมความเป็นผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายอาหารจากชุมชนและทั่วโลก

• เพิ่มทักษะการสื่อสารในการเป็นผู้นำในนโยบายอาหาร
• วิจัยและวิเคราะห์แนวคิดการศึกษาอาหารต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ของอาหาร เป็นต้น
• มีส่วมร่วมในการดำเนินโครงการเกี่ยวกับอาหาร
• ฝึกการเป้นผู้นำในด้านการสื่อสารและการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ องค์กรด้านสุขภาพและอื่นๆ

Travel Experience: In-the-Field Learning 

สำหรับนักเรียนปริญญาตรี นักเรียนจะสามารถนำสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ออกไปใช้ในวิชาเลือกหรือโปรแกรมการทำอาหารในภูมิภาคต่างที่สำคัญของโลกด้วยหลักสูตรการทำอาหารและวัฒนธรรม นักเรียนสามารถเลือกจุดหมายที่อยากไปได้ เช่น ประเทศจีน, อิตาลี่, ฝรั่งเศส, เปรู, สเปน, อเมริกาและอื่นๆ

การฝึกงานของ CIA

การฝึกงานที่ CIA สามารถเลือกได้มากกว่า 2,000 แห่ง นี่คือตัวอย่างสถาบันที่ฝึกงาน มีตั้งแต่ร้านอาหารชื่อดัง, รีสอร์ท, เครือข่ายโทรทัศน์และแม็กกาซีน เช่น

  • Alinea, Chicago, IL
  • Aureole, New York, NY
  • Boca Raton Resort & Club, Boca Raton, FL Bouley Bakery, New York, NY
  • Coi Restaurant, San Francisco, CA
  • Fenway Park, Boston, MA
  • Food Network, New York, NY
  • Four Seasons, Lanai, HI
  • Gotham Bar & Grill, New York, NY
  • The Greenbrier, White Sulphur Springs, WV Houston Country Club, Houston, TX
  • Jacques Torres Chocolate, New York, NY
  • JW Marriott, Grande Lakes, Orlando, FL
  • Le Bernardin, New York, NY
  • The Lodge at Pebble Beach, Pebble Beach, CA Luke by John Besh, San Antonio, TX
  • Per Se, New York, NY
  • Restaurant August, New Orleans, LA Restaurant Daniel, New York, NY
  • Roy’s Restaurant, Honolulu, HI
  • Spago, Los Angeles, CA
  • Walt Disney World, Orlando, FL 

5. อนุปริญญา สาขาวิชา Culinary Arts (เรียน 69 หน่วยกิต)

• พัฒนาคำสั่งต่างๆของเทคนิคอาหารนานาชาติอาหารโภชนาการการทำไวน์และการทำอาหารผ่านมือการเรียนรู้ทักษะการทำอาหารขั้นสูง
• ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของการอบโภชนาการการพัฒนาเมนู, ความปลอดภัยของอาหาร, การควบคุมค่าใช้จ่ายและความเข้าใจในเรื่องไวน์
• เรียนรู้เกี่ยวกับภัตตาคารและผู้ที่ประสบความสำเร็จในการจัดการธุรกิจอาหารสำเร็จรูปและการดำเนินงานด้านอาหารอื่น ๆ
• พัฒนาทักษะทางธุรกิจด้วยหลักสูตรการจัดการการสื่อสารและการเงิน

6. อนุปริญญา สาขาวิชา Baking and Pastry Arts (เรียน 69 หน่วยกิต)

• ศึกษาเทคนิคการอบขนม พัฒนาการออกแบบเมนูและการดำเนินงานด้านเครื่องดื่มและการบริการลูกค้าผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ในการทำขนมขั้นสูง
• เรียนรู้ที่จะทำขนมปัง, ของหวาน, ขนมอบ, ช็อคโกแลตและอื่นๆ ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานของการทำอาหาร, การพัฒนาเมนู, ความปลอดภัยของอาหารและการควบคุมค่าใช้จ่าย
• การอบขนมโดยใช้เทคนิคต่างๆรวมทั้งงานนำเสนอแบบคลาสสิกและสมัยใหม่
• ฝึกทักษะทางธุรกิจด้วยหลักสูตรการจัดการการสื่อสารและการเงิน
• ศึกษาเทคนิคการทำขนมอบ, ส่วนผสมและเทคโนโลยีการทำขนมอบและหลักการออกแบบ

Highlight ของหลักสูตรอนุปริญญา (Associate Degree) ที่ The Culinary Institute of America

• สามารถเรียนพัฒนาวิธีและเทคนิคการทำอาหารทั้งแบบคลาสสิคและร่วมสมัย
• พัฒนาทักษะการทำอาหารด้านโภชนาการ การเขียนเรื่องอาหาร การพัฒนาเมนูอาหาร การควบคุมค่าใช้จ่ายและอื่นๆอีกมากมาย
• พัฒนาทักษะด้วยการฝึกงาน 15 สัปดาห์
• เรียนการจัดการ การสื่อสารและการเงิน
• เรียนรู้ภายในวิทยาลัยด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ในมหาวิทยาลัย

Update!

เริ่มต้นเทอม Fall 2018 CIA จะมี 2 หลักสูตรใหม่ ดังนี้

+ Bachelors Degree in Hospitality Management :

เริ่มต้นเรียน Culinary Arts ศิลปะด้านการทำอาหาร, Food & Berverage หลังจากนั้นจะได้เรียนด้านการบริหารธุรกิจและการโรงแรม

+ Bachelors Completion Program :

หลักสูตรสำหรับนักเรียนที่เริ่มเรียนป.ตรีด้านอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง และต้องการย้ายมาเรียนด้านการโรงแรมและศิลปะการทำอาหาร โดยนักเรียนจะสามารถนำวิชาเรียนด้านอื่นโอนย้ายมาที่ CIA ได้ และจะเรียนด้านการทำอาหารและการโรงแรมต่อที่ CIA เพื่อการสำเร็จวุฒิปริญญาตรี

New York Campus

Main Campus, 1946 Campus Drive, Hyde Park, NY 12538 

แคมปัสสำหรับการเรียนการทำอาหารที่ทั้งสนุกและมากประสบการณ์ มีครบครันตั้งแต่กีฬา ชมรม งานอีเว้นท์ต่างๆ และยังมีโอกาสที่ได้พบเจอกับเชฟมีชื่อเสียง

จุดเด่น

• มีแคมปัสอยู่ริมแม่น้ำที่สวยงามขนาด 172 เอเคอร์
• ห่างจากตัวเมือง New York โดยการนั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
• นักเรียนเรียนหลักสูตรปริญญาประมาณ 2,500 คนจากทุกรัฐและกว่า 30 ประเทศ
• อายุนักเรียนเฉลี่ย 22 ปี แบ่งเป็นนักเรียนชาย 49% และนักเรียนหญิง 51%
• นักศึกษากว่า 1,700 คนอาศัยอยู่ในมหาวิทยาลัยในหอพัก บ้านทาวน์เฮาส์ และบ้านพัก
• ในแคมปัสมีภัตตาคารถึง 6 แห่งด้วยกัน ที่เปิดให้บริการแก่คนทั่วไป ดูแลและบริการโดยอาจารย์และนักเรียนของ CIA ซึ่งนักเรียนจะได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ต่างๆของการทำงานในภัตตาคารจากประสบการณ์จริง
• อุปกรณ์ในโซนทำครัวของหอพัก เป็นอุปกรณ์ทำครัวระดับภัตตาคารให้นักเรียนใช้ทำอาหารทานและทำงานโปรเจคได้

On-Campus Housing

การได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ในรั้ววิทยาลัย จะช่วยเพิ่มมิติของชีวิตนักศึกษา ที่ CIA เจ้าหน้าที่ของเราต้องการให้นักเรียนมีทั้งประสบการณ์ทางวิชาการที่ดี และเรียนรู้ที่จะเติบโตในสภาพแวดล้อมใหม่ เป้าหมายคือการทำให้การอยู่อาศัยในหอพักของนักเรียนเป็นไปอย่างสะดวกสบายและน่ารื่นรมย์ พร้อมทั้งได้ประสบการณ์ในการอยู่ร่วมกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน

บรรยากาศในการอยูอาศัยนั้นให้ความรู้สึกเสมือนบ้านหลังที่สองของนักเรียนนานาชาติ เนื่องจากทางหอพักแต่ละหลังจะมีเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานอยู่ที่หอพักแบบเต็มเวลา คอยให้การสนับสนุนและดูแลนักเรียนตลอดเวลา

หอพักภายในวิทยาลัย
สามารถรองรับนักเรียนได้ 1,700 คน ประกอบด้วย

หอพักนักศึกษา 4 แห่ง
Angell, Pick/Herndon, และ Rosenthal Halls ก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นยุค 70 รองรับนักเรียนได้ประมาณ 230 ถึง 280 คนต่อหลัง มีห้องพักคู่ พร้อมห้องน้ำในตัว สำหรับ Hudson Hall เปิดตามหลังในปี 1986 รองรับนักเรียนได้ 375 คน มีทั้งห้องพักเดี่ยว และห้องพักคู่ ภายในอาคารมีห้องน้ำรวมในแต่ละชั้น แต่ละอาคารมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการซักผ้า ห้องคอมพิวเตอร์ และห้องครัวสำหรับการประกอบอาหาร

บ้านพักสไตล์ Adirondack 6 หลัง
Cayenne, Cinnamon, Clove, Ginger, Juniper, และ Nutmeg ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของแคมปัส เป็นบ้านพัก 3 ชั้น สไตล์ Adirondack เป็นห้องพักแบบ 4 คนพร้อมห้องอาบน้ำในตัว มีพื้นที่่ส่วนกลางและห้องครัว บ้านพักถูกจัดกลุ่มตามรูปแบบของหมู่บ้าน โดยให้ความรู้สึกของชุมชนที่ประกอบด้วยสถานที่ในการสังสรรค์และเรียนรู้ร่วมกัน

ทาวน์เฮาส์ 3 หลัง
ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของแคมปัส ทาวน์เฮาส์หนึ่งหลังรองรับนักเรียนได้ 8 คน ห้องพักเป็นแบบห้องพักเดี่ยว ห้องน้ำรวม ห้องครัวขนาดใหญ่ พร้อมทั้งตู้เย็นขนาดใหญ่ เตาไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้า ในทาวน์เฮาส์แต่ละหลัง มีห้องนั่งเล่น และพื้นที่รับประทานอาหารแบบเปิดโล่ง

ผังที่ตั้งของหอพัก

แบบละเอียด คลิก

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก
มีโต๊ะ, เก้าอี้, โต๊ะเครื่องแป้ง, ตู้เสื้อผ้า และเตียงสำหรับนักเรียนแต่ละคน ห้องพักทุกห้องมีเครื่องปรับอากาศ และมีสายเชื่อมต่อเคเบิลทีวี นอกจากนี้ยังติดตั้ง WiFi ฟรีในหอพักทุกหลัง อีกทั้ง มีมุมทำอาหาร และมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการซักผ้าอีกด้วย

วิธีการสมัครหอพัก
1. ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีของทางวิทยาลัย ที่ CIA Student Portal
2. เลือกที่ Apply for Campus Housing  ในเมนู  “To-Do” 
3. กรอกใบสมัคร Housing Application และกด submit

โปรดกรอกข้อมูลทั้งหมดอย่างครบถ้วนผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ คำขอของนักเรียนจะถูกส่งไปยัง Residence Life office โดยนักเรียนจะได้รับการตอบรับการเข้าพักผ่านทาง CIA e-mail account ของนักเรียน

หมายเหตุ : ทางวิทยาลัยขอยกเลิกช่องทางการสมัครหอพักผ่านทางอีเมล์และโทรศัพท์

วันเริ่มเรียน

สำหรับปี 2019 วันเริ่มเรียนของหลักสูตรปริญญา จะเหลือปีละ 3 รอบเท่านั้น ดังนี้

3  มกราคม  2019
7  พฤษภาคม  2019
10  กันยายน  2019

สำหรับหลักสูตร Certificate จะเริ่มเรียนในเดือนกันยายนของทุกปี

การสมัครเข้าเรียนที่ CIA

สามารถสมัครออนไลน์ได้ที่ www.ciachef.edu/applynow และเลือกวันที่ต้องการเข้ามาศึกษาได้ตามที่ระบุไว้

สำหรับนักเรียนนานาชาติ จำเป็นต้องมีเอกสาร 2 สิ่ง คือ

1. ผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษ
TOEFL IBT 80 (แต่ละส่วนไม่ต่ำกว่า 20)
หรือ IELTS 6.0
หรือ CIA-preferred exam

2. หลักฐานทางการเงินของผู้สนับสนุนทางการเงิน
ที่มียอดคงเหลือไม่ต่ำกว่า $45,000 USD

นักเรียนนานาชาติจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร 50 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินจำนวนนี้ที่ไม่สามารถขอคืนเงินได้ พร้อมกับโอนเงินระหว่างประเทศที่ธนาคารในสหรัฐอเมริกา หรือเช็คในสกุลเงินของสหรัฐอเมริกาที่ธนาคารในสหรัฐอเมริกา หรือ สามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้ เมื่อคุณกรอกใบสมัครออนไลน์เสร็จ

ค่าใช้จ่ายในการเรียนที่ the Culinary Institute of America  – สามารถดูได้ที่นี่ – คลิก

ทุนการศึกษา

ทุนรูปแบบที่ 1

+ สมัครเพื่อเริ่มเรียนระหว่างเดือนธันวาคม – มิถุนายน นักเรียนจะได้รับทุน Global Scholar Award $3,000 USD

+ หากมีศิษย์เก่าที่จบจาก CIA แนะนำมา และเขียน letter of recommendation ให้ จะได้ทุนลดอีก $1,000 USD

ทุนรูปแบบที่ 2

Update! โปรโมชั่นเดือนมิถุนายน 2018

สถาบันสอนทำอาหาร CIA เสนอทุนการศึกษาให้จำนวน $5000 USD หรือราวๆ 160,000 บาท! ต่ออายุได้ในแต่ละปีการศึกษา ให้กับนักศึกษานานาชาติที่สมัครเรียนทั้งหลักสูตรอนุปริญญา Culinary Arts และ Baking and Pastry Arts ที่วิทยาเขต Hyde Park, New York Campus ทุนการศึกษานี้สามารถยื่นขอซ้ำได้ ในทุกต้นปีการศึกษา

เงื่อนไขมีดังนี้

1. นักเรียนต้องสมัครเพื่อเริ่มต้นเรียนในวันที่ 19 มิถุนายน ที่วิทยาเขต Hyde Park, New York Campus ในหลักสูตรอนุปริญญา Culinary หรือ Baking and Pastry Arts

2. เฉพาะผู้สมัครใหม่เท่านั้นที่มีสิทธิรับทุนนี้ ต้องกรอกใบสมัครหลังจากวันที่ 1 พฤษภาคม 2018 นักเรียนที่สมัครไปก่อนหน้าไม่สามารถรับทุนได้

3. นักเรียนต้องคงเกรดเฉลี่ยไว้ที่ GPA 3.0 หรือสูงกว่า เพื่อรับทุนการศึกษาหลังจากภาคการศึกษาแรก

4. ทุนการศึกษามีผลต่อเนื่องในแต่ละปีการศึกษาที่นักเรียนยังคงเรียนอยู่ โดยที่ $5,000 USD นั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกันในเทอมที่ 1 และเทอมที่ 2 ในแต่ละปีการศึกษา

ทุนรูปแบบที่ 3

CIA มอบทุนค่าเดินทางมากถึง $1000 USD เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของนักเรียนในการเดินทางมายังวิทยาลัย

เงื่อนไขมีดังนี้

1. นักเรียนต้องสมัครเพื่อเริ่มต้นเรียนในวันที่ 19 มิถุนายน ที่วิทยาเขต Hyde Park, New York Campus

2. นักเรียนต้องส่งใบเสร็จรับเงินไปยังฝ่ายรับสมัคร สำหรับค่าใช้จ่ายในการโดยสารเครื่องบิน รวมถึงใบเสร็จค่าใช้จ่ายในการเดินทางอื่นๆ เช่น รถยนต์ รถโดยสารประจำทาง รถไฟ เป็นต้น หรือค่าเข้าพักโรงแรมในเขต Hudson Valley ก็สามารถนำใบเสร็จมาประกอบในการยื่นขอทุนค่าเดินทางได้

3. ทุนนี้สำหรับนักเรียนที่เดินทางมายังวิทยาเขตเพื่อเริ่มต้นเรียนในวันที่ 19 มิถุนายน หรือเดินทางจากมหาวิทยาลัยในช่วงพักเดือนสิงหาคม

4. ทุนค่าเดินทางนี้ สามารถขอได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่สามารถขอซ้ำได้


ความปลอดภัยของ CIA Campus

มีการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงในมหาวิทยาลัยและหอพัก และพร้อมสำหรับการให้ความช่วยเหลือในทุกเวลา (คนนอกหรือแม้แต่พนักงานในมหาวิทยาลัยไม่สามารถเข้าหอพักได้หากไม่ได้รับการอนุญาติ)

การฝึกงานของ CIA

มีการฝึกงาน 15 สัปดาห์มากกว่า 2,000 แห่ง และการฝึกงานทั้งหมดก็ได้รับค่าตอบแทน และโอกาสเหล่านี้มักจะนำไปสู่การถูกเสนองานหลังจากสำเร็จการศึกษา

Career fairs and Service 

จัดขึ้น 3 ครั้งต่อปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่และดึงดูดนายจ้างกว่า 130 บริษัท และ 300 นายหน้าเข้ามหาวิทยาลัย มีการสัมภาษณ์งานถึง 850 งานและเมื่อจบการศึกษาจะได้รับการรับรองบริการตลอดชีพฟรี

ข้อดีของการเรียนที่ CIA

CIA มีเครือข่ายศิษย์เก่าที่ทำงานด้านอาหารมากกว่า 49,000 คนจากทั่วโลกและมีความพร้อมที่จะสนับสนุนเมื่อคุณจบการศึกษา ไม่เพียงแค่พวกเขาจะช่วยในเรื่องการหางานเท่านั้น แต่พวกเขาจะยังช่วยเหลือในการสร้างเครื่องข่ายที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จอีกด้วย

FAQ
คำถามที่พบบ่อย

1. เรียนปริญญาตรีหรืออนุปริญญาดีกว่ากัน?

• หลักสูตรอนุปริญญา
จะเน้นไปที่การฝึกทำอาหาร การฝึกปฏิบัติ การเรียนรู้จากการลงมือทำ ในขณะที่มีองค์ประกอบด้านวิชาการอยู่ด้วย เป้าหมายของหลักสูตรอนุปริญญาคือการสอนนักเรียนสำหรับการเตรียมตัวทำงานในห้องครัวด้วยความเป็นมืออาชีพ และเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงเทคนิตและรูปแบบการทำอาหารที่หลากหลาย
• หลักสูตรปริญญาตรี
มีวิชาภาคปฏิบัติ แต่วิชาส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเรียนเชิงวิชาการและการพัฒนาทักษะนอกห้องครัวโดยเฉพาะในช่วง 2 ปีสุดท้าย สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่ด้วยว่านักเรียนจะเลือกเรียน concentrationใด) นักเรียนจะได้เรียนตั้งแต่ทักษะด้านธุรกิจจนถึงการค้นคว้าวิจัยการพัฒนาทักษะจากการฝึกปฏิบัติ และการเตรียมตัวจัดการและบริหารในธุรกิจด้านการอาหาร ธุรกิจด้านการโรงแรม และรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการและเป้าหมายของนักเรียน
– หากนักเรียนต้องการทำงานในห้องครัว หลักสูตรอนุปริญญาน่าจะตอบโจทย์
– แต่หากนักเรียนต้องการทักษะที่กว้างขึ้นเพื่อเตรียมตัวทำงานนอกห้องครัวด้วยหลักสูตรปริญญาตรีน่าจะตอบโจทย์

2. ความแตกต่างระหว่างหลักสูตรอนุปริญญาตรีและปริญญาตรี

• อนุปริญญา : เรียน 5 เทอม หรือประมาณ 21 เดือน ใช้ 69 หน่วยกิต
• ปริญญาตรี : เรียน 8 เทอม ประมาณ 38 เดือน ใช้ประมาณ 130 หน่วยกิต
*ทั้ง 2 หลักสูตรมีการรวม externship คือการออกไปทำงานข้างนอกสถาบัน

3. นักเรียนสามารถเลือกที่จะเรียนอนุปริญญา(Associate)ก่อน และค่อยตัดสินใจต่อเป็นปริญญาตรี(Bachelor) ได้ไหม? และในกรณีนี้ นักเรียนจะต้องเรียนเก็บหน่วยกิตเพิ่มเติมไหม?

สามารถทำตามนี้ได้ คือลง associate ก่อนและค่อยตัดสินใจต่อเป็น bachelor ภายหลัง โดยไม่ต้องลงเรียนอะไรเพิ่ม และนักเรียนส่วนใหญ่เลือกทำแบบนี้

4. หลักสูตรใดน่าจะเหมาะสมที่สุด หากนักเรียนต้องการเน้นการเรียนด้านการประกอบอาหารคาวหวาน

• หลักสูตร Associate Degree in Culinary Arts
เน้นที่ cooling, restaurateurs training, และ professional kitchen training นักเรียนจะไม่ได้เรียนเพียงแค่เพื่อทำงานในห้องครัวอย่างเป็นมืออาขีพ นักเรียนจะได้เรียนรู้ทักษะต่างๆที่เกี่ยงข้องในการทำงานตลอดหลักสูตร
• หลักสูตร Baking and Pastry Arts
เน้นการทำ candies, confections, desserts, and cafe services
*ทั้ง 2 หลักสูตรมีการรวมการเรียน 1 เทอม ในภัตราคารของสถาบัน ซึ่งนักเรียนได้จะรับการเรียนรู้เชิงประยุกต์เฉพาะทาง โดยมี 2 ตัวเลือกให้เลือกระหว่าง culinary (การประกอบอาหาร) หรือ baking (pastry)

5. ในเทอมใดที่นักเรียนจะฝึกงานแบบที่ได้รับค่าตอบแทนด้วย

นักเรียนส่วนใหญ่จะฝึกงานในเทอมที่ 3 แต่หากนักเรียนตัดสินใจเลือกเรียนป.ตรีตั้งแต่ต้น มันจะมีความยืดหยุ่นในเทอมที่จะฝึกงานได้

 

6. ทุน Global Scholar Award สามารถยื่นขอซ้ำได้หรือไม่? หรือมีให้เฉพาะนักศึกษาเข้าใหม่เท่านั้น?

ทุน Global Scholar Award ไม่สามารถยื่นขอซ้ำได้ เป็นทุนสำหรับนักศึกษาเข้าใหม่ ที่สมัครเพื่อเริ่มเรียนในช่วงเดือนธันวาคม – มิถุนายน เท่านั้น

7. นักศึกษามักจะลงเรียน 2 เทอมต่อ 1 ปีการศึกษาใช่หรือไม่? มีเทอม summer ให้เลือกลงเรียนด้วยหรือเปล่า?

ทางสถาบันแนะนำให้ลงเรียน 2 เทอมต่อ 1 ปีการศึกษา แต่ทว่าเทอมการศึกษาของสถาบันนั้นมีความต่อเนื่องกัน มีรอยต่อระหว่างเทอมแค่เพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น เราไม่มีช่วงปิดเทอมระยะยาวเหมือนกับโรงเรียนโดยทั่วไป ตัวอย่างเช่น หลักสูตรอนุปริญญาของเราใช้เวลาเรียน 5 เทอม ทว่าใช้เวลาเรียนจบหลักสูตรเพียงแค่ 19 เดือนเท่านั้น

8. นักศึกษาเข้าใหม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในหอพักภายในแคมปัสหลังใดเป็นพิเศษหรือไม่? และหอพักแต่ละแห่งมีการสงวนไว้ให้สำหรับนักศึกษาเข้าพักแบบเจาะจงหรือเปล่า?

ทางสถาบันมีหอพักสำหรับนักศึกษาใหม่ที่ New York Campus เรียกว่า Hudson Hall นักศึกษาปี 1 โดยส่วนใหญ่พักอยู่ที่นั่น ในระหว่างปรับตัวเข้ากับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ เรามีทางเลือกเพิ่มเติมให้กับนักศึกษาผู้ใหญ่ อาทิ บ้านพักสไตล์ Adirondack และทาวน์เฮาส์

9. มีโรงยิมหรือสนามกีฬาภายในมหาวิทยาลัยหรือไม่?

ภายในมหาวิทยาลัยมีโรงยิมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกาย รองรับทั้งการออกกำลังแบบ เวท เทรนนิ่ง และคาร์ดิโอ อีกทั้งยังมี สนามบาสเกตบอล, สนามฟุตบอล, สนามเบสบอล, ลู่วิ่งในร่ม และคลาสออกกำลังกายเป็นกลุ่ม รวมไปถึงสระว่ายน้ำ อีกด้วย

10. มีกิจกรรมนอกเวลาให้นักศึกษาได้เข้าร่วมหรือไม่ ? อาทิ พบปะสังสรรค์ ท่องเที่ยวยามค่ำคืน ปาร์ตี้ต่างๆ เป็นต้น

ทางสถาบันมีกิจกรรมการให้นักศึกษาเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้ นักศึกษายังสามารถเลือกเข้าร่วมในกิจกรรมนอกเวลาได้ด้วยตัวเอง ทั้งในและนอกวิทยาเขต นักศึกษาจำนวนมากเลือกที่จะเดินทางไปยังเมือง Poughkeepsie ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถาบัน ภายในเมืองมีกิจกรรมจำนวนมากให้นักศึกษาได้เข้าร่วม เช่น ร้านอาหาร และสถานที่จัดแสดงดนตรี

11. มีงานอะไรภายในแคมปัสที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติทำได้บ้างหรือไม่? โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาที่มีความกังวลในเรื่องของงบประมาณที่จำกัดสำหรับการสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรปริญญาตรี

ทางสถาบันเปิดโอกาสด้านการทำงานภายในแคมปัส ซึ่งนักศึกษาต่างชาติสามารถสมัครเข้าทำงานได้ โดยปกติแล้ว งานประจำระยะยาวจะเป็นส่วนงานของทางเจ้าหน้าที่สถาบันเป็นหลัก แต่ทว่านักศึกษาสามารถสมัครเข้าทำงานในส่วนอื่นได้ อาทิ ช่วยงานอีเว้นท์ต่างๆ ที่ทางสถาบันจัดขึ้น, ไกด์นำเที่ยว และงานฝ่ายธุรการ เป็นต้น โดยค่าตอบแทนจะอยู่ที่ระหว่าง $ 11-17 USD ต่อชั่วโมง มีกำหนดว่า 1 สัปดาห์ทำงานได้ไม่เกิน 19.5 ชั่วโมง และงานที่มีค่าตอบแทนสูงสุดคือ lifeguard ที่สระว่ายน้ำของทางสถาบัน

เรียนทำอาหารกับ CIA 

ศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศก้อปันกันเป็นตัวแทนที่เป็นทางการของ the Culinary Institute of America
ที่ได้ผ่านการอบรมให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสถาบัน

Category