San Francisco

นิวยอร์ก หรือ ซานฟราน’ คำถามที่ผุดขึ้นมาเมื่อต้องเลือกเมืองสำหรับไปเรียนต่อที่อเมริกา

อันที่จริงแต่ละเมืองนั้นมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน แต่วินาทีสุดท้ายของการตัดสินใจ ‘ซาน ฟรานซิสโก’ คือคำตอบสุดท้ายของเรา

เมืองที่โอบล้อมด้วยทะเล อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีสะพานโกลเด้นเกท และบ้านสวยดีข้อมูลคร่าวๆ คร่าวมากๆ ที่เรารู้เกี่ยวกับซานฟราน เพราะแน่ละว่ารีวิวส่วนมากเน้นไปเมืองนิวยอร์กที่หวือหวากว่านี้มาก แต่ไม่เป็นไร ซานฟรานที่เรารู้จักก็สู้ได้ไม่แพ้กันเลยนะ

 

San Francisco รัฐ California walk-aroundCredit

ถ้าเมืองนี้เป็นแนวเพลง คงจะเป็นสไตล์คันทรี่ นำด้วยเสียงกีต้าร์หรือเบนโจ ไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็นเพลงของแฟรงก์ ซิเนตร้า ที่พ่อชอบฟัง ไม่ใช่เพราะเชยนะ แต่เป็นเพราะว่าทุกอย่างดูคลาสสิกไปหมด

ไม่ได้ฮิปสเตอร์เหมือนซีแอทเทิล ไม่ได้มาพร้อมกับตึกประวัติศาสตร์เหมือนบอสตัน แล้วก็ไม่ดูป๊อปเหมือนนิวยอร์กด้วย

อ้อ ผู้คนที่นี่มีความเป็นกันเองสูงมาก อาจเป็นเพราะว่าประชากรที่ค่อนข้างมาก รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่เน้นการเดินและปั่นจักรยาน ทำให้เราได้พบปะผู้คนได้ใกล้และง่ายกว่าการอยู่ที่อื่น

ว่ากันว่าในเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีประชากรประมาณ 8 แสนคนซึ่งเยอะเอาการเลยละ อายุเฉลี่ยส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 20 – 30 ปี ตามสโลแกนเมืองแห่งความหวัง ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มาใช้ชีวิตหลังเกษียณ ส่วนประชากรวัยทำงานนั้น เท่าที่เราคุยด้วยพวกเขามักกังวลเรื่องค่าครองชีพ เพราะบอกตรงๆ ว่าสูงมาก สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอเมริกาเกือบสามเท่า! แต่ถ้ายอมรับเงื่อนไขนี้ได้ ก็ไม่มีอะไรยากแล้ว

 

walk-around-san-franciscoCredit

แล้วสงสัยมั้ยว่าทำไมคนถึงยังเดินทางมาที่เมืองนี้อยู่? คำตอบคืออาหารที่อร่อย อากาศดี มีพิพิธภัณฑ์เจ๋งๆ อยู่เยอะแยะเต็มไปหมด เหตุผลนี้รวมไปถึงการตัดสินใจของเราสำหรับการเรียนต่อในซานฟราน

ข้อดีของการเป็นนักเรียนคือคุณจะได้อยู่ในหอหรือบ้านพักที่ราคาถูกลงกว่าไปเช่าเอง ไม่ว่าจะเป็นหอในหรืออพาร์ทเม้นท์ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับสถานศึกษา มีแคนทีนให้กินข้าวในราคาย่อมเยาว์ รวมถึงสวัสดิการต่างๆ ในฐานะนักเรียนต่างชาติ

เราว่านี่คือกึ่งกลางระหว่างความเจริญและการใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ จังหวะที่ถูกใจเด็กรุ่นใหม่ ทั้ง Gen Y และ Gen Me ที่อยากค่อยๆ เดินแชทไปตามทาง หรือนั่งตามร้านกาแฟเก๋ๆ แบบไม่ต้องรีบร้อน

 

san-francisco-holidaysCredit

ข้อมูลโดยทั่วไปของเมืองนี้คือ มีพื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของกรุงเทพมหานคร อยู่ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ห่างจากสนามบินโอ๊คแลนด์ประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์

อากาศโดยทั่วไปค่อนข้างดี ไม่หนาว อุณภูมิเฉลี่ยประมาณ 25 องศาเซลเซียส แต่สิ่งที่ควรรู้ไว้อย่างหนึ่งก็คือ อากาศที่ซานฟรานมีความเหวี่ยงมาก หมายความว่า ถ้าบ่ายสามยังร้อนอยู่ แต่สี่โมงเย็นอาจหนาวเลยก็ได้!

เข้าใจว่าเป็นเพราะอยู่ติดกับทะเล และภูมิประเทศเป็นเนินเขา ทำให้บางครั้งมีลมพัดแรงจนหอบความหนาวมาให้ก็ได้ ทางที่ดีคือแต่งตัวให้พร้อม หรือเตรียมเครื่องกันหนาวไปใส่ถ้ารู้ว่าวันนี้คลาสเลิกค่ำ หรือมีดินเนอร์ในเมืองแล้วต้องเดินทางกลับบ้านไกลในตอนดึก

 

san-francisco-cable-car-with-transamerica-buildingCredit

ว่ากันว่าการเช่ารถขับในซานฟรานไม่ใช่เรื่องยาก แต่การหาที่จอดรถนั้นเป็นปัญหาโลกแตกพอๆ กับกรุงเทพเลย ผู้คนที่นี่เลยชอบใช้ขนส่งสาธารณะซึ่งก็มีตัวเลือกเยอะดีนะ

ตั้งแต่ BART รถไฟความเร็วสูงที่สายตรงจากสนามบินสู่ใจกลางเมือง ถูกและเร็วกว่าแท็กซี่อีก ส่วนถ้าอยู่ในเมืองแล้ว จะมี Muni หรือรถบัสคอยวิ่งวนให้บริการรอบเมือง รวมทั้งรถรางด้วยย!!!

คยเห็นยานพาหนะที่คล้ายๆ รถเมล์วิ่งขึ้นและลงที่เนินเขาในซานฟรานมั้ย? นั่นละคือรถรางในตำนานที่เด็กๆ เรามักเห็นตามเข็มกลัด โปสการ์ด หรือละครทีวีที่เขาชอบไปถ่ายกัน รวมถึงอูเบอร์ที่เรียกรถได้สะดวกสบายเหมือนอยู่ที่บ้านเราเลย

 

san-francisco-smart-cityCredit

พูดถึงอูเบอร์แล้วขอต่ออีกหน่อย ซานฟรานนั้นถือว่าเป็น ‘สมาร์ท ซิตี้’ ที่ค่อนข้างจะไฮเทคเลยนะ ความหวังของเขาคืออยากจะให้เมืองนี้ไม่มีของเสียเลยในปี 2020

ซึ่งเวลาที่เรามาถึงใหม่ๆ ก็จะรู้สึกว่าต้องโหลดแอพฯ ทุกวัน เกี่ยวกับการโดยสารบ้าง เกี่ยวกับอากาศบ้าง หรือที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ซึ่งในมือถือนั้นก็จะเต็มไปด้วยแอพละลานตา จนต้องจัดหมวดหมู่ให้เรียบร้อย แต่เชื่อสิว่า เมื่ออยู่ไปสักพักเราจะรู้เองว่า แอพไหนควรโหลดหรือไม่

 

san-francisco-uberCredit

ที่จั่วหัวมาตอนต้นว่าเป็นเมืองแห่งความหวังและอนาคตนั้นไม่ได้ล้อเล่นนะ และไม่ได้หมายถึงการศึกษา หรือการแสวงหาโชคเหมือนคนรุ่นก่อนๆ ด้วย

แต่ซานฟรานคือแหล่งรวมของสตาร์ทอัพหลายเจ้าที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เดินทางมาที่นี่ เพราะนอกจากการเรียนแล้ว พวกเขาอาจมีโอกาสได้เจอกับนักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการในวัยที่ใกล้กัน ตามร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือได้รับเชิญไปบรรยายในสถานศึกษา และเรารู้สึกว่านี่ละคือการเติบโตของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริงที่กล้าคิดและกล้าทำ

อ้อ ส่วนใครที่ยังไม่เข้าใจว่าสตาร์ทอัพคืออะไร อธิบายสั้นๆ ละกันว่าเป็นการทำธุรกิจอีกประเภทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ยังไม่มีใครทำ ใช้เงินลงทุนเยอะ และตั้งเป้าหมายในประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วนั่นเอง ยกตัวอย่างเลยนะ Pinterest / Uber / Twitter / Airbinb นี่แค่เฉพาะที่เรารู้จักเท่านั้น

เพราะเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีสตาร์ทอัพอีกหลายร้อยแห่งผึดขึ้นเต็มไปหมด ผู้ก่อตั้งแต่ละเจ้าก็จะดูเนิร์ดๆ หน่อยแต่อายุส่วนใหญ่ยังไม่ถึง 30 กันทั้งนั้น เป็นธุรกิจที่เอาจริงเอาจริง ทำ Cloud Funding ได้มาทีเป็นพันล้านบาท ไม่ได้เป็นโครงการจากรัฐที่ตั้งขึ้นมาแหกตาไปวันๆ เหมือนบางประเทศ

 

San Francisco รัฐ Caifornia walking-across-golden-gate-bridge
Credit

เมื่อมาอยู่ได้ซักพัก เราถามเพื่อนคนที่นี่ว่าควรทำอะไรบ้าง พวกเขาตอบอย่างไม่ต้องคิดเลยว่า ‘เดินข้ามสะพานโกลเด้น เกท’ โอ้วมายก้อดด ด้วยความเด๋อด๋าที่มี เราก็เพิ่งรู้ว่าสะพานนี้มันเดินข้ามไปได้ด้วย แต่ลมอาจจะแรงหน่อยๆ ก็ต้องแต่งตัวเตรียมพร้อมให้ดี

ความยาวสำหรับการเดินไปและกลับอยู่ที่ประมาณ 5.5 กิโลเมตร เหมือนเป็นกิจกรรมรับน้องที่หลายคนเคยทำ แต่เอาจริงก็แอบสนุกอยู่นะ เพราะสะพานใหญ่และสวยมาก เราจะได้เห็นเมืองซานฟรานอีกมุม เหมือนยืนอยู่กลางทะเลแล้วมองเข้าไป

อย่างที่บอกว่าไปแล้วว่าที่นี่มีมิวเซียมให้เข้าเยอะมาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของประเทศที่เจริญแล้ว ซึ่งมักให้ความสำคัญกับเรื่องข้อมูล ความรู้ และประวัติศาสตร์

เราขอแนะนำมิวเซียมเจ๋งๆ ซัก 3 แห่ง ได้แก่

San Francisco Museum of Modern Art ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลย ถามใครเขาก็รู้จักกันหมด เอาไว้จัดแสดงผลงานทางศิลปะเจ๋งๆ ทั้งชิ้นงานถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน

California Historical Society พิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องความเป็นมาของรัฐแห่งนี้ตั้งแต่ 3-4 ร้อยปีที่แล้ว

The Exploratoirum พิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้มีแต่ข้อมูล แต่ยังมีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก

ซึ่งแตกต่างจากบ้านเราตรงที่ เรามักจะมองว่าการเรียนรู้เป็นกิจกรรมของเด็ก แล้วให้ผู้ใหญ่ยืนดู แต่เปล่าเลย ที่นี่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับแอคทิวิตี้ซึ่งทางมิวเซียมจัดไว้ได้ สับเปลี่ยนกันไปเพื่อให้ความรู้ได้หมุนเวียน เราชอบการลงมือทำ เรารู้สึกว่าความสนุกจะทำให้เราจำได้ดีขึ้น

 

san-francisco-warm-weatherCredit

ส่วนกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับสายธรรมชาติก็มี ตั้งแต่นั่งปิกนิกยามบ่ายในสวน Presidio ที่จะมีร้านรวงมาตั้งขายระหว่างเดือนมีนาคมถึงตุลาคม ปั่นจักรยานมากับเพื่อนแล้วนั่งชิลล์ตรงนี้ได้นานเลย

เพื่อนคนไทยบางกลุ่มชอบนั่งรถรางไปเรื่อยๆ แวะลงตามแต่ละจุดโดยไม่คาดการณ์ล่วงหน้า เสร็จแล้วควักโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพ เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างเอเชี่ยนแหละ แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้นั่งจ้องแต่คอมหรือนอนดูซีรีส์แต่ในห้อง

สำหรับมนุษย์ค้างคาวที่ชอบท่องราตรี เมื่อพระอาทิตย์ตก ทีนี่เขามีฮอลล์คอนเสิร์ตซึ่งจะมีโชว์สลับกันไปทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์หรือจะเดินไปดูโปสเตอร์ที่เขาแปะไว้ก็ได้ เสร็จแล้วถ้ายังไม่อยากกลับ เลี้ยวเข้าบาร์เล็กๆ ที่มักจะตั้งอยู่ตามหลืบตึก ลองหาร้านค็อกเทลซึ่งบาร์เทนเดอร์เขาหมักเหล้าเองดูสิ ไม่อยากไว้ตรงนี้สักเท่าไหร่ เดี๋ยวจะหาว่าสนับสนุนสิ่งมึนเมา!

 

san-francisco-fishermanswharfCredit

เรื่องนี้สำคัญสุด ไม่ต้องกลัวเรื่องความอดอยากถ้าอยู่ในเมืองนี้ ปัญหาคือต้องวางแผนการกินให้ดีหน่อย อย่าใช้อารมณ์ซื้ออย่างวู่วาม เพราะแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นนึงก็ตก 200 – 300 บาทแล้ว นี่เป็นเรทปกตินะ ไม่ต้องตกใจ ชาวนักเรียนอาจเลือกการทำอาหารกินเองในวันธรรมดา และออกมาแฮงก์เอ๊าท์สัปดาห์ละครั้ง ก็จะประหยัดไปได้เยอะ

ความน่ากลัวอยู่ที่ ซานฟรานมีของกินอร่อยเต็มไปหมดเลยยยย คือมีตั้งแต่อาหารติดดาวมิชลินสตาร์ ไปจนถึงติ่มซำร้อนๆ ในไชน่าทาวน์ แต่แนะนำว่า ไม่ต้องไปกินข้าวที่ Pier 39 ก็ได้ ที่นั่นเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความตื่นตาตื่นใจ ซึ่งราคาของอาหารก็น่าตื่นเต้นตามไปด้วย แนะนำให้เปิด Google Map แล้วหาคำว่า Fisherman’s Wharf จะได้ช้อยส์ที่น่าสนใจกว่า โลคัลกว่า ราคาดีกว่าด้วย

 

san-francisco-getting-aroundCredit

เอาละ นี่คือภาพรวมของซานฟรานในมุมมองของเรา ถ้าคะแนนเต็ม 10 เราขอให้ 8.5 สำหรับเมืองนี้ คะแนนอาจหายไปนิดหน่อยจากเรื่องของค่าครองชีพและที่อยู่อาศัยที่ต้องตั้งใจหากันหน่อย แต่ถ้าถามว่าชอบมั้ย ตอบอย่างไม่ต้องคิดเลยว่า ‘ชอบมาก’

นี่คืออีกเมืองที่เราอยากให้ลองมาใช้ชีวิต สักแป๊บนึงก็ได้ แล้วจะรู้สึกว่า เฮ้ย จริงๆ แล้วคนอเมริกันก็น่ารักนี่หว่า ไม่ได้พูดอังกฤษคำ F word สองคำ เหมือนอย่างที่เคยเจอมาในหลายที่ ทุกอย่างที่เสียไปแลกมากับคุณภาพชีวิตที่ดี สนใจมั้ยละ ลองมาซานฟรานกันเร็ว นี่ชวนแล้วนะ :))

.
เรียนต่ออเมริกา
ใน San Francisco

เรียนภาษาอังกฤษ ec-english-language-centres

EC English Language Centres สถาบันสอนภาษาอังกฤษที่มีหลายสาขากระจายอยู่ใน 7 เมืองเลื่องชื่อของอเมริกา นักเรียนจึงมีอิสระที่จะเลือกเรียนภาษาอังกฤษในสถานที่และสภาพแวดล้อมที่ตนเองสนใจได้อย่างเต็มที่ นอกจากจุดเด่นด้านความหลากหลายของสาขาที่ตั้งแล้ว EC ยังมีหลักสูตรให้เลือกเรียนมากมายอีกด้วย อาทิ General English,  English for Business,  Education & Exams,  Fusion – Hybrid Learning สำหรับวิทยาเขต Los Angeles นั้นตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินไม่ไกลจาก Market Street, Union Square, Chinatown, Little Italy และ SoMa โรงเรียนตั้งอยู่บนชั้น 18 สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมือง ห้องเรียนล้อมรอบเลานจ์ขนาดใหญ่ที่โอบล้อมด้วยแสงอาทิตย์

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ EC English Language Centres คลิกที่นี่


 

เรียนภาษาอังกฤษ staffordhouse international

 

STAFFORD HOUSE INTERNATIONAL ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง 4 แห่งของสหรัฐอเมริกา ซึ่งแต่ละวิทยาเขตก็มีเอกลักษณ์เฉพาะที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ นับจากวันแรกที่ก้าวเข้าสู่ Stafford House นักเรียนจะได้พบสังคมใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ ทั้งจากในชั้นเรียนและจากการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันในเมือง นักเรียนที่มาศึกษาที่วิทยาเขตซานฟรานซิสโกจะได้ท่องเที่ยวไปยังสถานที่อันโด่งดัง เช่น สะพานโกลเดนเกต, ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ STAFFORD HOUSE INTERNATIONAL คลิกที่นี่


เรียนภาษาอังกฤษ iec @dvcศูนย์การศึกษานานาชาติ (IEC) ของ Diablo Valley College เปิดดำเนินการเมื่อปี 2000 และให้การต้อนรับนักเรียนจากกว่า 40 ประเทศ ศูนย์การศึกษานานาชาติแห่งนี้เปิดดำเนินการการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบเข้ม ข้น การเตรียมวิชาการและสถานภาพการรับเข้าเรียนที่ Diablo Valley College (DVC) วิทยาลัยชุมชนที่มีการโอนนักศึกษาไปยัง UC Berkeley สูงเป็นอันดับหนึ่ง! IEC เสนอระดับการเรียนการสอน ESL แบบวิชาการที่แตกต่างกัน 6 ระดับและมี 6 ภาคศึกษาต่อปี ช่วงละ 8 สัปดาห์ นอกจากนี้ทีม IEC กับ DVC เสนอโปรแกรมเชื่อมต่อทางวิชาการ 3 โปรแกรมต่อปี

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ศูนย์การศึกษานานาชาติ (IEC) คลิกที่นี่


 

เรียนต่ออเมริกา diablo-valley-college

 

Diablo Valley College ก่อตั้งขึ้นในปี 1949 (พ.ศ. 2492) ในเมือง Pleasant Hill รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นวิทยาลัยชุมชนของรัฐบาลที่ตั้งอยู่ในบริเวณของภูเขา Diablo ใกล้เมือง Berkeley และเมือง San Francisco ไดอะโบลว แวลเล่ย์ คอลเลจมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการศึกษาและปลอดภัย ส่วนหนึ่งของภารกิจของ DVC ก็คือการให้การศึกษาระดับสูงและเปิดเส้นทางที่เหมาะสมในการศึกษาต่อระดับปริญญาในมหาวิทยาลัยเแก่สมาชิกทุกคนในชุมชน  ด้วยการให้การศึกษาในระดับสองปีแรกของการศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกา DVC มีโปรแกรมการโอนย้ายหน่วยกิตในระดับมหาวิทยาลัยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Diablo Valley College คลิกที่นี่

 

Featured image credit : Free-Photos @Pixabay

ติดตามก้อปันกันได้ที่
Facebook Page : korpungunoverseas

ศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศก้อปันกัน