เรียนต่อออสเตรเลีย
Sydney, Melbourne, Brisbane

เทียบกันช็อตต่อช็อต!
ที่ไหนถูกใจเด็กไทยกว่ากัน!

‘ออสเตรเลีย’ คืออีกหนึ่งเดสทิเนชั่นสุดฮิตของเด็กนักเรียนไทยสำหรับการเรียนต่อ ไม่ว่าคุณจะอยากเจอจิงโจ้ตัวเป็นๆ เล่นเซิร์ฟที่ชายหาด หรืออยากได้การเรียนแบบชิลล์ๆ ในคลาส นี่คือ 3 เมืองยอดนิยมที่แค่พูดชื่อใครๆ ก็ต้องร้องอ๋อแน่นอน!

Brisbane
เมืองนี้ก็มีของดีไม่แพ้ใคร

Credit

เราขอยกเมืองบริสเบนขึ้นมาไว้เป็นลำดับแรก…
เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่อาจจะเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านๆ แต่ยังไม่รู้จักดีว่าที่นี่น่าสนใจยังไง!!

• ‘บริสเบน’ คือเมืองชายทะเลที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากเมลเบิร์นและซิดนีย์ และมีศักดิ์ศรีเป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ ด้วยความเป็นเมืองแห่งการพักผ่อน จังหวะชีวิตของนักศึกษานั้นจึงเรียนไปเที่ยวไป ชีวิตไม่เร่งรีบเท่าเมืองใหญ่ และมีกิจกรรมเอ๊าท์ดอร์ให้ทำเพียบ นักเรียนไทยสายแอดเวนเจอร์ลองปักหมุดเมืองนี้ไว้ก่อน ถ้าไม่อยากไปเดินเบียดเสียดบนถนนเมืองอื่น!

• ประชากรในเมืองบริสเบนมีประมาณ 2.4 ล้านคน ไม่มากไม่น้อยเมื่อเทียบกับความสะดวกสบายในเมือง อากาศที่เมืองนี้ไม่ทิ้งห่างจากเมืองไทย แม้ไม่เย็นเหมือนเมืองอื่น หรือประเทศอื่นที่เพื่อนๆ ไป เพราะเฉลี่ย 21 – 30 องศาเซลเซียส แต่ชีวิตเราจะไม่อับชื้น ผ้าจะแห้งไว และสามารถใส่เสื้อผ้าได้หลายคอลเลกชั่นเลยนะ

Credit

• ข้ามเรื่องการศึกษาไปก่อน เนื่องจากบริสเบนเป็นเมืองแห่งการพักตากอากาศ จังหวะชีวิตของเมืองนี้เลยคึกคักทั้งนักท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตแบบสบายๆ เมืองนี้อนุญาตให้คุณอุ้มโคอาล่าซึ่งเหลือไม่กี่รัฐแล้วที่ให้สัมผัสได้อย่างใกล้ชิดในศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่า มีสวนสนุก Warner Bros. Movie World ให้ไปเล่นในวันหยุด หรือจะฝึกเล่นกีฬาทางน้ำก็ทำได้สบาย ชายหาดที่เมืองนี้มีความยาวถึง 70 กิโลเมตร เหมือนเอาหัวหินมาต่อกัน 4 ครั้ง!

• และถึงแม้จะเป็นเมืองเล็กเมืองน้อง แต่การเดินทางในเมืองบริสเบนนั้นสะดวกสบายมากมายเลยล่ะ จะขึ้นรถหรือลงเรือ จะเดินทางในเมืองหรือออกไปชานเมือง การันตีว่าจะไม่มีอะไรมากวนใจได้ ตารางรถเป๊ะ ค่าโดยสารราคามิตรภาพ เข้าไปเช็คเพิ่มเติมได้ที่ translink.com.au

วีดีโอแนะนำสถาบัน ILSC Brisbane แคมปัส

Melbourne
ยินดีต้อนรับสู่เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

Credit

97.5 คือคะแนนเกือบเต็ม 100…
ที่มหานครแห่งนี้ได้รับมาจนกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกติดต่อกันเกือบ 10 ปี เอาชนะเมืองในฝันของใครหลายคนไปอย่างขาดรอย!

 แม้ว่าเมลเบิร์นจะไม่ใช่เมืองที่ใหญ่สุดของประเทศออสเตรเลีย (แน่นอนว่าตำแหน่งนั้นตกเป็นของ ซิดย์นีย์ ซึ่งเราจะกำลังจะพูดในเมืองถัดไป) แต่ชีวิตความเป็นอยู่นั้นต้องมอบมงกุฎให้เลย รางวัลเมืองน่าอยู่ไม่ได้ถูกซื้อมา แต่เป็นเพราะการจัดวางทุกสิ่งอย่างเพอร์เฟ็คท์ จนเด็กไทยไม่รีรอเลือกเมืองนี้สำหรับเรียนต่อทั้งในระดับไฮสกูล และปริญญา!

• ข้อดีก็คือ เมลเบิร์นมีฤดูหนาวยาวนานกว่าเมืองอื่น (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – ต้นเดือนธันวาคม อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 6.5 – 20 องศาเซลเซียส)แต่ไม่มีหิมะหรือฝนมากวนใจ หลังจากนั้นจะเป็นใบไม้ผลิ ฤดูร้อนที่สูงสุดก็แค่ 30 องศาเซลเซียส ชมใบไม้เปลี่ยนสีแป๊บนึง แล้วกลับมาเย็นสบายต่อ ด้วยภูมิอากาศที่ดีมาก เลยเอื้อต่อพืชพรรณในขึ้นเต็มเมือง เมลเบิร์นมีชื่อเล่นว่า City of Gardens แปลอีกทีว่าเต็มไปด้วยสวนสวยๆ จะออกไปวิ่งหรือปิกนิกในวันหยุด ก็ดูชีวิตดีโลกที่หนึ่งมากๆ

Credit

• เมลเบิร์นนั้นหลากหลายไปด้วยผู้คน ทั้งที่เข้ามาทำงาน และนักศึกษาต่างชาติที่มีเป้าหมายเดียวกัน ที่นี่คือเมืองแห่งการเรียนรู้ สถานศึกษาอย่าง University of Melbourne ก็คืออันดับหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย พร้อมหลักสูตรที่หลากหลายมากๆ เอาเป็นว่าบินตรงจากกรุงเทพฯ แค่ 9 ชั่วโมงก็ได้พบโลกใหม่ อย่างสงสัยว่าทำไมใครๆ ก็ชอบมา

• พูดถึงองค์ประกอบอื่นๆ อีกนิด เมลเบิร์นนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบายของการคมนาคม มีทั้งรถไฟ รถราง และรถบัส (รถรางยังโดยสารได้ฟรีแถวๆ ใจกลางย่านเศรษฐกิจด้วยล่ะ!) / แหล่งช้อปปิ้งและอาหารอันหลากหลาย รวมทั้งไวน์จากออสเตรเลียที่หาดื่มได้ง่ายกว่าน้ำ! / กิจกรรมทั้งในร่มและเอ๊าท์ดอร์ที่มีให้ทำไม่ซ้ำกันแต่ละวัน รวมทั้งเทศกาลต่างๆ ถูกจัดขึ้นเอาใจวัยรุ่นอยู่บ่อยครั้ง

• กล่าวโดยสรุป ‘เมลเบิร์น’ คือส่วนผสมของสถานที่แห่งวัฒนธรรมและความทันสมัย ที่คำนึงถึงความสะดวกสบายของพื้นฐานการใช้ชีวิต อะ ถ้าชอบบรรยากาศอันเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความไฮบริดนั้น ก็ลองมาดู

วีดีโอแนะนำสถาบัน ILSC Melbourne แคมปัส

Sydney
ศักดิ์ศรีแห่งเมืองหลวง กับเมืองใหญ่ในตำนานที่ต้องไปให้เห็นกับตาสักครั้ง

Credit

อย่างแรกที่เด็กผู้อยากเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียต้องรู้…
คือ ซิดนีย์ ไม่ใช่เมืองหลวงจ้า!! เพราะเมืองหลวงที่แท้จริงนั่นก็คือ ‘แคนเบอร์รา’

• ส่วนซิดนีย์นั้นเป็นมหานครแห่งเศรษฐกิจและวัฒนธรรม รวมถึงเป็นเดสทิเนชั่นแห่งการเรียนต่อของเด็กไทยมากหน้าหลายตา อะ ปรับความเข้าใจตรงนี้ก่อนละกัน

• ที่บอกว่าเป็นเป้าหมายหลักของเด็กไทยเพราะถือว่าเป็นเมืองซึ่งเซฟโซนสุดๆ เมื่อเทียบกับ 2 เมืองข้างต้น เพราะซิดนีย์นั้นมีแหล่งชุมชนคนไทยอยู่เป็นจริงเป็นจัง หางานทำตามร้านอาหารไทยได้ง่ายกว่า และไม่ยากที่จะพบเจอคนไทยตามแหล่งต่างๆ แต่ถ้าใครอยากผจญภัยไปในโลกภาษาอังกฤษแบบออสซี่ ก็อาจจะต้องเลือกแหล่งแฮงก์เอ๊าท์นิดนึง

Credit

• ว่ากันว่าสภาพอากาศที่ซิดนีย์นั้นคล้ายภาคเหนือของบ้านเรา กลางวันร้อน กลางคืนเย็น หน้าหนาวก็พอให้ใส่แจ็กเก็ตบ้าง แต่ไม่ถึงกับพันเฟอร์และสวมรองเท้าบู๊ท อากาศจะหนาวสุดในเดือนกรกฎาคม และร้อนสุดช่วงต้นปี จังหวะชีวิตในซิดนีย์นั้นคือความเป็นเมืองหลวง เหมือนกรุงเทพมหานคร อาจวุ่นวายบ้าง แต่หลากหลายจนน่าสนุก ทั้งวัฒนธรรมและผู้คน มีประชากรราว 4 ล้านคน (ซึ่งไม่มากเลยถ้าเทียบกับเมืองไทย)

• ชีวิตความเป็นอยู่นั้นดีไม่แพ้กับเมืองอื่นๆ ถึงแม้ค่าครองชีพจะแพงสุด (แปรผันตามควาามเจริญ) แต่ก็แลกมากับการคมนาคมอันสะดวกสบาย มีทั้งรถเมล์ รถไฟ และเฟอร์รีเก๋ๆ สำหรับการเดินทาง แหล่งบันเทิงครบครัน แถมยังเดินทางไปแลนด์มาร์คอย่าง โอเปร่า เฮ้าส์ และสะพานฮาร์เบอร์ได้ไม่ยาก ใครชอบจังหวะแห่งแสงสีและความเจริญ ปักหมุดที่ซิดนีย์ไว้เลย

• ส่วนเรื่องการเรียนก็หายห่วง อย่างที่บอกว่านี่เป็นเมืองที่เด็กไทยบินไปเรียนต่อมากที่สุด ฉะนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ถูกเตรียมพร้อมไว้แล้ว ถ้ามองในอีกแง่หนึ่ง ค่าเทอมและค่าครองชีพของที่นี่นั้นถูกกว่าการเรียนต่อในทวีปอเมริกาเหนือมากๆ ในคุณภาพที่แข่งกันได้อย่างสูสี มีมหาวิทยาลัยท้อปของระดับประเทศและระดับโลกตั้งอยู่ ย้ำอีกทีว่าเลือกที่แมตช์ เหมือนเล่น Tinder ไงล่ะจ้ะ!

วีดีโอแนะนำสถาบัน ILSC Sydney แคมปัส

…….

FYI:
อย่างหนึ่งที่ทั้ง 3 เมืองมีเหมือนกัน

คือวัฒนธรรมการให้ทิปส์ ซึ่งมักกวนใจเด็กใหม่เสมอว่าต้องให้ทุกครั้งหลังใช้บริการหรือเปล่า อยากบอกว่าสินค้าทุกอย่าง ทั้งจากการช้อปปิ้ง โดยสารรถสาธารณะ หรือว่าการกินข้าวในร้านอาหาร นั้นรวมภาษีหมดแล้ว (10 เปอร์เซ็นต์) ฉะนั้นถ้าผู้ให้บริการชาวออสซี่จะไม่คาดหวังเงินจากตรงนี้ แต่ถ้าบริการไหนดีถึงใจ การให้ค่าตอบแทนก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของเราแล้วล่ะ!

ตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั่วไป
(1 AUD ~ 24.5 BHT)

* คำนวณจากราคาทั่วไป
ที่อยู่และอาหารสำหรับนักเรียนซึ่งจัดหาโดยสถานศึกษา อาจมีราคาถูกลงกว่านี้
(อ้างอิงจากเว็บไซต์ numbeo.com)

…………………….

เรียนต่อออสเตรเลีย

ILSC EDUCATION GROUP เปิดทำการตั้งแต่ปี 1991 สาขาในออสเตรเลีย ตั้งอยู่ที่ Melbourne / Brisbane / Sydney ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกเรียนได้โดยอิสระทั้งสถานที่และเป้าหมายที่ตนเองต้องการ

จุดเด่น ของ ILSC AUSTRALIA :
1) เป็นสถาบันเดียวที่สามารถกำหนดเวลาเรียนก่อนเดินทางได้ และสามารถเลือกวิชาเรียนได้หลากหลายตามความต้องการและความสนใจสวนตัว โดยจะมีเจ้าหน้าที่สถาบันแนะนำให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกวิชาเรียน
2) มีหลักสูตรและวิชาเรียนที่จะตอบโจทย์ของผู้เรียนตั้งแต่การฝึกภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมทำงานในบริษัทสากล การเข้าร่วมโครงการ Work & Study (เรียนและทำงาน) ในประเทศออสเตรเลีย หรือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย
3) นักเรียนไทยไม่เยอะ ส่งผลให้ทักษะภาษาอังกฤษพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ILSC AUSTRALIA คลิกที่นี่