[รีวิว] ประสบการณ์เรียนที่ SMEAG
(Capital Campus)

หลักสูตร
ESL-1 7 สัปดาห์
+ Pre-TOEIC 5 สัปดาห์

ระยะเวลา
12 สัปดาห์
15 ก.ค. 61 – 05 ต.ค. 61

โดย
ท็อป อายุ 30 ปี

 

เเนะนำตัวหน่อย ?

ชื่อท็อปนะครับ ปีนี้ก็อายุ 30 ปีเเล้ว ก่อนไปเรียนที่ฟิลิปปินส์เป็นพนักงานวิศวกรอยู่บริษัทรถยนต์เเห่งหนึ่งเป็นเวลา 6 ปี ได้ลาออกจากงานเเล้วไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ประมาณ 3 เดือนครับ

ทำไมเลือกเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ ?

ตอนแรกดูไว้หลายประเทศนะครับ แต่ตกลงปลงใจที่ฟิลิปปินส์ก็เพราะว่า เนื่องด้วยค่าใช้จ่ายแล้วก็ระยะเวลาที่เรียนมันเหมาะสม แล้วก็มีคลาส 1:1 ด้วยน่าสนใจดี ก็เลยลองมาเรียนดูครับ

ทำไมเป็นสถาบัน SMEAG ?

ตอบตามตรงก็คือระยะเวลามันได้ครับ มีห้องว่าง (หัวเราะ) ช่วงนั้นรู้สึกว่าแต่ละที่จะเต็มหมดเลย แล้วก็ SMEAG ก็ว่างพอดีครับ

เรียนหลักสูตรอะไร ?

ของผมตอนแรกลงเป็น ESL 12 สัปดาห์ครับ แต่ว่าเรียนไปได้สักพักอยากจะลองเปลี่ยนไปเป็น TOEIC ดู ก็เลยลง TOEIC 5 สัปดาห์ ก็เลยเป็น ESL 7 สัปดาห์ TOEIC 5 สัปดาห์

บรรยากาศการเรียน ESL เป็นยังไง ?

สำหรับหลักสูตร ESL จะแบ่งออกเป็น 3 คลาสใหญ่ๆ คือ

  1. Special Class เป็นคลาสกรุ๊ปใหญ่ จะเรียนรวมกับเพื่อนๆ หลายๆคน หลายๆ ประเทศ คลาสนึงก็ประมาณ 10-30 คน แล้วแต่ช่วง ตัวนี้ก็จะเป็นคลาสพิเศษแล้วแต่กรุ๊ปที่เราจะได้เลือก เช่น Business class, Music class อะไรประมาณนี้ครับ
  2. จะเป็นแบบ 1:4 ครับ เป็นกรุ๊ปเล็ก คือ เป็นอาจารย์ 1 คน กับเพื่อนอีก 4 คน การเรียนการสอนจะไม่ Fix ครับ อยู่กับ Topic ของแต่ละวันที่อาจารย์เค้าจะนำมา เพื่อกระตุ้นให้เพื่อนๆ ได้มีการคุยมากขึ้นครับ
  3. คลาสนี้จะเป็น 1:1 หนึ่งต่อหนึ่งกับอาจารย์ ซึ่งจะเรียนตามบทเรียน ตามหนังสือครับ ของ ESL จะมี Listening & Speaking, Reading & Writing คู่กันครับ ของ Reading & Speaking ก็ตามชื่อเลยครับ จะมีฟังเทป เเล้วก็ตอบปัญหา มีเรียนพูดคุยกับอาจารย์ครับ ส่วน Reading & Writing ก็จะเป็นการเขียน essay ก็มีให้เขียนทุกวัน เเล้วก็มีการจำคำศัพท์ขึ้นอยู่แต่ละอาจารย์เค้าจะให้ ของผมก็จะได้คำศัพท์ทุกวัน วันละ 20 คำ อาจารย์เค้าจะพูดออกเสียงครับแล้วให้เราเขียนคำศัพท์เอง แล้วค่อยเฉลยอีกทีนึงว่าถูกกี่ข้อ ฝึกการฟัง การเขียนครับ แล้วก็จำคำศัพท์ แล้วก็เขียน Essay 1 บทความ อาจารย์เค้าจะให้ Topic มา ของผมเขียนประมาณ 200 คำต่อ 1 วัน เค้าก็จะตรวจแกรมม่าให้ Topic ก็จะเป็นเรื่องทั่วไป เช่น ในอนาคต คุณจะเป็นอะไร คุณจะทำอะไร ประมาณนี้ครับ

ชอบเรียน ESL คลาสไหนมากที่สุด ?

ผมชอบ 1:1 ทั้งหมดเลย ไม่แน่ใจว่าอาจารย์ผมดีด้วยรึเปล่า ถูกโฉลกกับอาจารย์พอดี ก็เลยสนุกอยู่ครับ

Listening & Speaking อาจารย์เค้าก็มีเทคนิคในการสอนของเค้าค่อนข้างดี ผมค่อนข้างชอบ ก็คือ เค้าจะให้ผมพูด ช่วยแก้ไข แล้วก็สอน Accent (สำเนียง) ให้ครับ

ไม่ชอบคลาสไหนที่สุด ?

สำหรับผมนะครับ น่าจะเป็น Sparta Morning เพราะ หนึ่งคือมันเช้ามากเลยครับ (หัวเราะ) เริ่มเรียน 6.40 เเละสองคือ ผมไม่ค่อยชอบเนื้อหาในช่วงเช้าเท่าไหร่ครับ มันอาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับผม ส่วนใหญ่จะเน้นคำศัพท์ที่เราไม่ค่อยได้ใช้ในชีวิตประจำวันเท่าไหร่ เหมือนเป็นคำศัพท์ที่รู้แล้วเราเก่งขึ้นครับ มันเป็น Class step up ครับ แต่ว่าบางคำศัพท์เราไม่สามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ คือเราไปคุยกับคนอื่นเราอาจเข้าใจ แต่ว่าคนอื่นอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ ถ้าไม่ใช่คนที่ใช้ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะครับ มันเป็นคำศัพท์ที่ไม่ตรงกับพจนานุกรม เวลาเราเอาไปใช้คนอาจจะงงนิดหน่อย ผมเคยเอาไปใช้กับเพื่อนแล้วเพื่อนงง (หัวเราะ) เลยไม่ค่อยได้ใช้

การเรียน TOEIC ต่างจากการเรียน ESL ยังไง ?

TOEIC ต่างค่อนข้างเยอะครับ เพราะของ ESL เราจะได้พูดเยอะกว่า จะมีการโต้ตอบเยอะกว่า ส่วนโทอิคจะเรียนเพื่อเอาไปสอบ เวลากว่าครึ่งคือเราจะเอาไปทำโจทย์ครับ ส่วนเวลาอีกครึ่งนึงเอาไว้เฉลย แล้วก็แนวทางการตอบโจทย์ ทำไม่ถึงต้องตอบอันนี้ โทอิคเราจะได้พูดน้อยมากๆ ต่างจาก ESL เยอะครับ

ชอบเรียน TOEIC คลาสไหนที่สุด ?

1:1 Listening กับ Reading ครับ Listening ของโทอิค จะพัฒนาในส่วนของการฟังค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เพราะว่าของโทอิค จะฟังเเค่รอบเดียว ของ ESL จะฟังสองรอบแล้วค่อยตอบ แล้วก็สำเนียงการพูดของโทอิคจะหลากหลายเชื้อชาติครับ มันก็เลยทำให้ผมพัฒนาการฟังมากขึ้น

เรียน 5 สัปดาห์ คะเเนน TOEIC พัฒนาขึ้นแค่ไหน ?

สอบครั้งแรกได้ 525 ครับ ครั้งที่ได้มากที่สุดคือ 650 ครับ เป็นคะแนนสอบ Mock test จากโรงเรียนครับ เนื่องจากเรียนแค่ Pre TOEIC ครับ

เวลา 12 สัปดาห์ ภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นมากแค่ไหน ?

ช่วงแรกที่ไปต้องใช้การปรับตัวค่อนข้างเยอะนิดนึง เพราะว่าสำเนียงของคนไทย ศัพท์บางศัพท์ที่เราออกเสียงชาวต่างชาติไม่เข้าใจ มีปัญหาเรื่องการออกเสียงช่วงแรกๆ เราพูดไปเค้าไม่ค่อยเข้าใจก็มี ผมใช้เวลาปรับตัวนานนิดนึงประมาณ 3 weeks ได้ กว่าจะเข้าใจ กว่าจะคุยได้ อีกอย่างคือผมไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย ผมเป็นคนไทยคนเดียว มีน้องผู้หญิงคนนึงเเต่เค้าก็อยู่กับผมได้อาทิตย์สองอาทิตย์น้องเค้าก็กลับแล้ว ก็เลยเหลือเป็นคนไทยคนเดียวผู้โดดเดี่ยวใน Capital Campus ครับ ก็เลยใช้ภาษาไทยกับชาวบ้านเค้าไม่ได้ เลยต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว

ข้อดี ข้อเสีย ของการเป็นนักเรียนไทยคนเดียว ?

มันก็เป็นข้อดีข้อหนึ่งครับ แต่บางครั้งก็ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะนิดนึง เหมือนกับว่าที่นู่น เวลาเค้าไปก็เป็นคนไต้หวันเหมือนกัน เค้าเป็นคนเกาหลีเหมือนกัน เค้าก็จะจับกลุ่มอยู่กับเค้า เวลาไปเที่ยวกันก็กลุ่มเค้า บางทีอาจจะเป็นเรื่องยากนิดนึงที่เราจะเข้าไปแทรก กว่าผมจะได้เข้าไปก็เดือนกว่าแล้วครับ ถึงจะได้มีเพื่อนที่เป็นรูปเป็นร่างกับเค้า ผมเลยได้เพื่อนเป็นกลุ่มคนไต้หวันเป็น 10 คนเลย โชคดีหน่อยที่เค้าเข้ามาพอดี แต่ก็จะมีเพื่อนเกาหลีบ้างบางส่วน

แนะนำวิธีการหาเพื่อนหน่อย ?

เริ่มแรกเข้าคลาสที่เป็น Special Class ครับ ที่จะเป็นเพื่อนกลุ่มใหญ่ ในคลาสนั้นบาง Topic อาจารย์จะให้แบ่งออกเป็นกรุ๊ปย่อยๆ เราก็ทำความสนิทสนมกับเพื่อนเราไว้ในกรุ๊ป อีกคลาสนึงก็จะเป็น 1:4 คลาสนี้จะมีเพื่อนจากหลายๆ ประเทศอีก 3 คน รวมเราเป็น 4 คน ก็จะทำความรู้จักกัน มันก็เหมือนเป็น Connection ต่อไป เรารู้จักเพื่อนคนนี้ เราก็ไปรู้จักเพื่อนของเค้าอีกที จนกลายเป็นกรุ๊ปนึง เจอหน้ากันในโรงเรียนก็ทักกันครับ

การใช้ชีวิตใน Capital Campus สะดวกสบายเเค่ไหน ?

มีความสะดวกสบายในระดับนึงนะครับ เราแค่ไปเรียนเฉยๆ มีอาหารให้ มีการซักเเห้งให้ มีการทำความสะอาดให้ ส่วน facility ภายในโรงเรียนก็พอถูไถไปได้ครับ มีโต๊ะปิงปองให้ตัวนึง มีโต๊ะสนุ๊กให้ตัวนึง แล้วก็มี Gym ให้ และโรงหนังเปิดอาทิตย์ละวัน ก็โอเค ผมไปใช้ประจำช่วงเเรกๆ แล้วก็ดีตรงที่ว่า Curfew time 5 ทุ่ม มีเวลาให้ออกไปไหนได้บ้าง การเดินทางผมใช้ Grab สะดวกอยู่ เรียกง่ายครับ เค้าไม่ปฏิเสธเหมือนคนไทย (หัวเราะ) เราไม่ต้องขึ้นเเท็กซี่ไป แล้วถามว่าพี่ไปรึเปล่า ก็ขึ้นไปเลย เค้าไปหมด แต่ว่าระวังนิดนึง ถ้าขึ้นแท็กซี่ เค้าจะขอเหมา แต่พอเราบอก มิเตอร์ ปุ๊บ เค้าจะเปิดให้ไม่ค่อยยึกยักเหมือนบ้านเรา

อาหารที่โรงเรียนเป็นยังไง ?

โดยส่วนตัวของผมค่อนข้างที่จะเป็นคนกินง่ายครับ ก็เลยที่จะสามารถกินได้ แต่ถามว่าอร่อยไหม ขอตอบว่าพอกินได้แล้วกันครับ (หัวเราะ) แต่ถ้าเราไปอยู่สักอาทิตย์สองอาทิตย์แล้ว อาหารก็จะวนกลับมา เราก็จะคุ้นหน้าคุ้นตาละ จะมีบอกเมนูในแต่ละอาทิตย์ว่าอาทิตย์นี้จะทำอะไรบ้าง เช้า กลางวัน เย็น จะมีเขียนไว้ แต่เดาไม่ออกหรอกครับว่าอะไร แต่ว่าช่วงอาหารเช้าจะเหมือนเดิมทุกวันเลย ไม่มีเปลี่ยน มีไข่ดาว ข้าว สาหร่าย กิมจิ แล้วก็มีไส้กรอก บางวีคก็เป็นแฮม บางวันจะเป็นเบคอน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไส้กรอกชิ้นเล็กๆ ครับ มีน้ำผลไม้ให้ทุกเช้า มี นม มี cereal มีขนมปัง

ในเรื่องของอาหารมีอะไรอยากแนะนำนักเรียนไทยที่จะมาเรียนบ้าง ?

เริ่มแรกเตรียมน้ำพริกมาตามชอบเลย หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ได้ครับ เพราะตอนแรกตามความคิดผม เค้าทำสำหรับคนเกาหลี แต่พอผมไปถามเพื่อนผมที่เป็นคนเกาหลี เค้าบอกว่า หน้าตาเหมือนแต่รสชาติไม่ใช่ ผมไม่แน่ใจว่าอาหารของโรงเรียนเค้าอ้างอิงชาติไหนเลยยังสับสนอยู่

กิจกรรมเสริมที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง ?

ที่โรงเรียน จริงๆแล้วเค้ามีไปเที่ยวทุกอาทิตย์สลับวนกันไปมานะครับ แต่ผมไม่ได้ไปเลย ผมไปของผมเอง อันนี้แล้วแต่บุคคลครับ ผมไปจองเอเจนซี่ข้างนอกเอง ไม่ได้จองผ่านโรงเรียน อยากไปไหนเลยไปติดต่อเอเจนซี่เองโดยตรง ซึ่งโรงเรียนกับเอเจนซี่เองก็ไปที่เดียวกันครับ ต่างกันที่ราคาเฉยๆ ไปเองถูกกว่าครับ ประมาณ 300-400 เปโซ ต่อคน

ความปลอดภัยในฟิลิปปินส์จากประสบการณ์ ?

ปลอดภัยในระดับนึงนะครับ แต่ว่าต้องไปในที่ที่ไปสำหรับนักท่องเที่ยว จะมีความปลอดภัยอยู่ครับ สำหรับผมไม่มีที่ที่ไม่ปลอดภัยครับ แต่ก็ไม่ไปเดินคนเดียว เดินไปกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆ ก็จะทำให้เรา Safe ในระดับนึง

ทำไมถึงตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ ?

จริงๆแล้วตัดสินใจอยู่นานเหมือนกันครับ เพราะค่อนข้างที่จะเสี่ยงอยู่เหมือนกัน อายุก็เยอะแล้ว ผมใช้เวลาตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศเกือบปีได้ครับ ไม่คิดว่าตัดสินใจผิดครับ ถือว่าไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตอีกรูปแบบนึงที่ประเทศไทยไม่มี ซึ่งจริงๆ ผมก็โดนเหมือนกันว่า เรียนภาษาอังกฤษ เรียนที่ไทยก็ได้เหมือนกัน ทำไมต้องลาออก ทำไมต้องไปต่างประเทศ ผมคิดว่าภาษาอังกฤษเราจะเรียนที่ไหนมันก็อยู่ที่ตัวเรา แต่มันต่างตรงประสบการณ์ที่ได้กลับมาค่อนข้างจะต่างกันเยอะอยู่

ได้อะไรบ้างจากการไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ ?

ส่วนตัวผมอยากบังคับตัวเองมากกว่า ถ้าเราไปที่นู่นแล้ว เราไม่พูด เราไม่พยายามที่จะสื่อสาร เราก็จะอยู่ไม่ได้ เหมือนเป็นการเพิ่ม pressure ให้กับตัวเองด้วย ทำให้เราต้องสู้ ต้องขวนขวายให้มากขึ้น เพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นู่นให้ได้ครับ

ทำไมวิศวกรจึงต้องไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ ?

จริงๆ ก็เพื่อความก้าวหน้าให้กับตัวเอง เราเป็นวิศวกรที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี มันก็ย่อมดีกว่าเป็นวิศวกรที่ไม่สามารถสื่อสารกับคนต่างชาติได้ เพราะว่าส่วนใหญ่บริษัทในประเทศไทย เจ้าของไม่ใช่คนไทย ถ้าเราอยากจะก้าวหน้าในอนคต อย่างน้อยภาษาอังกฤษของเราก็ควรที่จะได้ในระดับสากล

This slideshow requires JavaScript.

ความคิดก่อนไปกับหลังไปเหมือนหรือต่างกันยังไง ?

จริงๆ เเล้วตอนไป ผมก็ไม่ค่อยรู้จักฟิลิปปินส์ดีเท่าไหร่ ก็หาจาก Google เอา เราก็ได้รู้แค่บางส่วนที่เค้าอยากจะให้เราเห็น แต่ถ้าเราไปจริงๆ แล้วมันก็ทำให้รู้จักฟิลิปปินส์มากขึ้นครับ ประเทศเค้าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมาก สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้สำหรับคนต่างชาติ เพราะว่าคน Local ที่ฟิลิปปินส์ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับนึง อาจจะไม่ดีมาก แต่ก็สามารถสื่อสารได้ การใช้ชีวิตไม่ได้ลำบาก อาจจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยนิดนึง ที่เราต้องเลือกสถานที่ที่จะไป เพราะว่าของฟิลิปปินส์ทุกที่จะมี รปภ. ครับ ร้านสะดวกซื้อ ทุกที่จะมี รปภ. ซึ่งพกปืนตลอดเวลา อย่างผมไปห้าง รปภ. สะพายลูกซองครับ แรกๆ รู้สึกว่า ประเทศเค้าอันตรายขนาดนี้เลยเหรอ มีความรู้สึกอันตรายบ้าง แต่เราสามารถควบคุมอันตรายให้อยู่ในขอบเขตที่เรายอมรับได้มันก็โอเคแล้วครับ

ฝากบอกกับคนที่กำลังตัดสินใจไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ ?

การไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ คือผมก็ดูไว้หลายที่เหมือนกัน อย่างออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ เเคนาดา แต่ว่าการที่ชั่งน้ำหนักแล้ว ด้วยตัวผมเองภาษาอังกฤษอาจจะยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ เลยคิดว่าของฟิลิปปินส์ ด้วยราคาแล้วก็มีการสอน 1:1 มันน่าจะทำให้ผมมีการพัฒนาภาษาอังกฤษได้ดีกว่า อาจจะเป็นแค่ก้าวแรกครับ ถ้าเลือกฟิลิปินส์ จะเป็นก้าวแรกที่เราไปปูพื้นฐานภาษาอังกฤษของเราให้ดีขึ้น ดีกว่าเดิม แล้วก้าวต่อไปค่อยไปประเทศที่เราอยากจะไป มันก็ไม่เสียหายอะไรครับ

ทำไมถึงเป็นก้อปันกัน ?

รู้จักการที่ Search การไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ครับ และก้อปันกันขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง แล้วก็มีหลายๆ อันดับตามมา ก็เข้าไปปรึกษากับทางก้อปันกันครับ เคสของผมคืออยากไปเร็วๆ ทางก้อปันกันก็มีการสนับสนุนในการหาแคมปัสที่รองรับผมได้ ในเวลาที่ผมต้องการ ก็เลยตกลงปลงใจกับก้อปันกันครับ

โดยส่วนตัวไม่ผิดหวังที่เรียนที่ที่ทางก้อปันกันแนะนำให้ เพราะว่า SMEAG เป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับสถาบันนึงที่สอนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ครับ สำหรับผมถือว่าเป็นสถาบันที่ดีสถาบันนึงครับ น้องเมเนเจอร์คนไทยก็ดูแลดีครับ ไม่ได้ติดปัญหาอะไร สามารถตอบคำถามของผมได้เลยเวลาที่ผมมีปัญหา ก็คือให้คำปรึกษาได้รวดเร็ว มีการช่วยติดต่อประสานงานให้ในบางกรณี ส่วน Staff ชาวฟิลิปปินส์ ชาวเกาหลี ที่ดูแล ก็ดูแลดี ให้คำตอบดี แต่หน้าตาอาจจะบึ้งตึงไปหน่อย แต่เป็นสไตล์ของเค้าก็พอเข้าใจได้ครับ

ทางก้อปันกันเอง สำหรับผม ถือว่าได้รับการดูแลอย่างดี มีการตอบฟีดแบ็คต่างๆนาๆ แล้วก็มีการดูแลที่ดีครับ