จัดเต็ม! เรียนต่อแคนาดา
Vancouver Toronto Montreal

เมืองไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด!

นอกจากความหล่อเหล่าของนายกรัฐมนตรี ‘จัสติน ทรูโด’ ที่หลายๆ คนหลงใหลจนร้องกรี๊ด+ ก็ต้องยอมรับล่ะค่ะว่าชื่อเสียงของการกินดีอยู่ดี อากาศดี และคุณภาพการศึกษาที่ดีของประเทศแคนาดานั้นยั่วยวนใจนักเรียนไทยให้บินไปเรียนต่อกันมากมายเหลือเกิน งั้นมาดูกันหน่อยว่า 3 เมืองใหญ่สุดฮิตอย่าง แวนคูเวอร์ โตรอนโต และมอนเทรอัล ดีงามจนอดใจกันไม่อยู่ขนาดไหน!

Montréal
เอ๊ะ นี่มันฝรั่งเศส หรือประเทศแคนาดา!

Credit

 ไม่ต้องแปลกใจถ้าเห็นชาวแคนาเดียนที่เมืองแห่งนี้พูดสลับกันไปมาระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาฝรั่งเศสราวกับเป็นทอล์คกิ้งดิก เพราะว่าภาษาราชการของเขานั้นใช้ทั้งสองอย่าง! อย่างที่บางคนรู้กันดีกว่าชาวเมือง Quebec (ออกเสียงว่า ควิเบก ในภาษาอังกฤษ และ เกเบ็ก ในภาษาฝรั่งเศส) เขาพูดภาษาฝรั่งเศสกัน (เพราะค้นพบและอยู่ใต้อาณานิคมของชาวฝรั่งเศสมาเป็นเวลานาน) ส่วนมอนเทรอัลนั้นถือเป็นเมืองใหญ่และคึกคักที่สุดของรัฐนี้ อยากรู้ว่าพูดภาษาฝรั่งเศสได้นั้นเซ็กซี่แค่ไหน ไปดูประธานาธิบดีของเขากันเลยค่า

• นั่นแปลว่าสำหรับเด็กที่มาเรียนต่อภาษาอังกฤษนั้น อาจจะได้ภาษาฝรั่งเศสห้อยติดไปด้วย ส่วนใครที่จบสายภาษาฝรั่งเศสมาตั้งแต่มัธยมปลาย จะได้ลับสมองจนคมกริบก็คราวนี้! ปกติโรงเรียนของเขาจะเปิดเทอมแรกประมาณเดือนกันยายน เด็กๆ จากหลายประเทศก็จะบินมา เรียกว่ามีความหลากหลายทางชาติพันธุ์สูงมาก

 นอกจากภาษาแล้ว เมืองแห่งนี้ยังได้รับอิทธิพลในด้านต่างๆ จากประเทศฝรั่งเศสมาเต็มๆ ทั้งงานศิลปะ อาหารการกิน รวมไปถึงสถาปัตยกรรมของสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในเมือง เป็นทวีปยุโรปย่อมๆ อันตั้งอยู่ที่ทวีปอเมริกาเหนือ ถ้าชอบความงดงามแบบคลาสสิก กลิ่นอายของชาวยุโรป มามอนเทรอัลเลยมั้ยล่ะ!

Credit

เกือบลืมพูดถึงที่ตั้ง! เมืองมอนเทรอัลตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออก หลับตาแล้วจินตนาการขอให้นึกถึงรัฐนิวยอร์ก แล้วบินขึ้นไปอีกนิดก็จะถึง นั่นแปลว่าอากาศจะหนาวมาก!! ช่วงเวลาเปิดเทอมที่นั่นถือเป็นฤดูใบไม้ร่วง พอเข้าเดือนธันวาคม ความหนาวเย็นจะมาเยือน อากาศลดฮวบลงไปถึง 0 องศาหรือเกือบติดลบบ้าง ยาวไปถึงเดือนมีนาคมก็จะเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อนที่เมืองนี้เลยเป็นสิ่งที่ชาวเมืองรอคอย อากาศดีสุด อยู่ที่ราว 20-27 องศาเซลเซียส ออกมาเดินทำกิจกรรมนอกบ้านได้ เช่น เล่นกีฬา ปิกนิก หรือเทศกาลดนตรีที่จะจัดในหน้าร้อนของทุกปี

เนื่องจากเป็นเมืองที่ชิว สถานที่หย่อนใจในวันหยุดเลยเน้นสายธรรมชาติ สัมผัสอากาศดีๆ มีทั้งเดินป่า ขึ้นเขา เข้าสวนสาธารณะ ปั่นจักรยาน หรือไปเดินจีบกันในพิพิธภัณฑ์ การเดินทางในมอนเทรอัลมีทั่งรถเมล์และรถไฟใต้ดิน เปรียบเทียบแล้วดูสะอาดและปลอดภัยกว่าอีกหลายประเทศมาก ตั๋วรายเดือนสำหรับนักเรียนราคาอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาท (หนูด่วนยังโหดกว่าเลยจ้า) พูดซิว่าไม่อยากมา!

วีดีโอแนะนำสถาบัน ILSC Montréal แคมปัส

Toronto
เก๋ไก๋ในเมืองใหญ่ กับราคาที่ถูกกว่านิวยอร์กครึ่งหนึ่ง!

Credit

โทษๆ ไม่ได้จงใจจะเปรียบเทียบหรอกนะ แค่อยากทำให้เห็นภาพเท่านั้น! ที่เอ่ยถึงนิวยอร์กเพราะเมืองโตรอนโตนั้นอยู่ห่างจากมหานครแห่งนี้เพียง 1.30 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน เพราะตั้งอยู่เลยอเมริกาอีกนิดเท่านั้นเอง โตรอนโตไม่ใช่เมืองหลวง แต่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศแคนาดา นั่นแปลว่าเป็นเมืองที่เจริญ ขวักไขว่ แสงสี ใครชอบแนวๆ นี้ก็โยนตัวเองมาที่โตรอนโตได้เลย

ข้อดีของโตรอนโตคือเป็นเมืองที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก (ต่างจากมอนเทรอัล) แต่ในเอกภาพนี้มีชาวต่างอยู่ร่วมกันอย่างมากหน้าหลายตา หลากหลายชาติพันธุ์ และไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเลยล่ะ เพราะโตรอนโตนั้นถูกจัดอันดับว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลกลำดับที่ 5 และติด 1 ใน 10 ของประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก เรียกว่าผู้คนน่ารัก บ้านเมืองสงบ พ่อแม่ส่งไปเรียนก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ

อธิบายความน่าอยู่ซักหน่อยละกัน โตรอนโตนั้นถือว่ามีความเจริญเกือบในทุกๆ ด้าน การคมนาคมนั้นสุดยอดมากๆ ภายในเมืองและโดยรอบผู้คนมักใช้บริการรถบัส และ GO Transit กันเป็นหลัก ซึ่งเป็นขนส่งมวลชนระดับต้นๆ ของโลก ส่วนการเดินทางระหว่างเมืองนั้น เขาใช้ Hyperloop หรือรถไฟความเร็วสูงที่ย่นระยะเวลาได้เยอะมาก! เทคโนโลยีแบบนี้ อเมริกายังไม่มีเลยจ้า

Credit

ความน่าอยู่อันต่อมาเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ ที่โตรอนโตเขามีห้างสรรพสินค้าใหญ่โตชื่อ Eaton ที่ว่ากันว่าดีที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ ถูกใจนักเรียนไทยที่เคยชินกับการช้อปปิ้งและหาของกินตามห้างฯ ต่างๆ ส่วนใครที่ชอบชีวิตติดธรรมชาติ ก็มีสวนสาธารณะ สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ และการแข่งขันกีฬาต่างๆ ที่ชาวโตรอนโตนั้นพร้อมใจออกจากบ้านไปใช้ชีวิตเอ๊าท์ดอร์ในช่วงที่อากาศดี

แต่ที่ปราบเซียนสุดๆ คงน่าจะเป็นเรื่องของสภาพอากาศ ใครฝันอยากเป็นเจ้าหญิงเอลซ่าในเมืองหิมะ โอกาสนั้นมาถึงแล้ว หน้าหนาวในโตรอนโต (ตั้งแต่เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิสามารถลดลงได้มาถึง -22 องศาเซลเซียส! หิมะสูงเป็นฟุต มาจากเมืองร้อนอย่างเราก็ต้องเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม และทำตัวให้อบอุ่นตลอดเวลา ส่วนหน้าร้อน (มิถุนายน-กันยายน) อากาศจะเป็นมิตรสุด เพราะอากาศดีประมาณ 25 องศาเซลเซียส ร้อนหน่อยก็ไม่เกิน 35 พอให้ร่างกายได้รับแดดอยู่บ้างหลายเดือน

อ้อ สิ่งสุดท้ายที่อยากพูดถึงก็คือน้ำตกไนแอการา ซึ่งถือเป็นพรมแดนแบ่งเขตระหว่างอเมริกาและแคนาดา ขนาดใหญ่โตมโหฬารเหมือนเข้าไปในยุคจูราสสิกพาร์ค เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองโตรอนโตที่เจ้าบ้านในฐานะนักเรียนที่แคนาดา ต่างหน้าใหญ่ใจโตอยากให้ทุกคนไปเห็นความอลังการเหมือนกันบ้าง โอ้ย ชีวิตไปได้ซักครั้งก็คุ้มแล้วค่าา!!

วีดีโอแนะนำสถาบัน ILSC Toronto แคมปัส

Vancouver 
อันดับ 1 เมืองน่าอยู่ที่สุดในแคนาดา ไปเป็นเด็กน้อยในป่าใหญ่กันดีกว่า

Credit

พูดถึง 2 เมืองแห่งฝั่ง East ไปแล้ว จะไม่พูดถึงเมืองแห่งฝั่ง West ได้ยังไง แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้นิวยอร์ก แต่ความภาคภูมิใจของชาวแวนคูเวอร์คือเขาถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สุดในประเทศแคนาดา (จากนิตยสาร The Economist) ได้คะแนนสูงถึง 97.3 คะแนน คะแนนที่ได้นั้นไม่ได้วัดจากตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่คือคุณภาพชีวิต ทั้งสภาพอากาศ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการศึกษา หรือพูดง่ายๆ ว่าโครงสร้างทางสังคมเป็นเลิศ แบบ เลิศมาก

เนื่องจากแวนคูเวอร์อยู่แถบ West ฝั่งเดียวกับแคลิฟอร์เนียและพอร์ทแลนด์ อุณหภูมิโดยรวมจะอุ่นกว่าฝั่ง East หน่อย (แต่ก็หนาวสำหรับเด็กไทยอยู่ดี!) หนาวสุด (และมีฝนประปราย) ประมาณ 6 องศาเซลเซียสในช่วงปลายปี ส่วนหน้าร้อนจะมาราวเดือนกรกฎาคม – กันยายน ซึ่งเรียกว่าเย็นสบายเว่อร์ อากาศกำลังดี ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป

สถานที่ท่องเที่ยวในแวนคูเวอร์นั้นอาจจะไม่ได้หวือหวาเท่าโตรอนโต เพราะถือว่าเป็นเมืองรองทางเศรษฐกิจ แต่ถ้าจะพูดถึงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาตินั้น ทีนี่ไม่น้อยหน้าที่ไหนเลยล่ะ ที่ดังสุดเห็นจะเป็น Capilano Park ขึ้นชื่อว่าสวนสาธารณะ แต่ขนาดนั้นใหญ่มหึมาราวกับอุทธยานแห่งชาติเลยล่ะ ไฮไลท์คือสะพานไม้ความยาวกว่า 140 เมตร เดินผ่านต้นสนสูงลิบตา สูดกลิ่นอายความเขียวของธรรมชาติ นี่ละจังหวะชีวิตของชาวแวนคูเวอร์

Credit

แต่เดี๋ยวก่อน แต่สถานที่สำคัญอย่างโรงเรียน มหาวิทยาลัย และย่านช้อปปิ้งต่างๆ ก็อยู่ในส่วนที่เจริญ พร้อมมีการคมนาคมอย่างทั่วถึง ระบบขนส่งมวลชนของที่นี่เขาเรียกว่า TransLink ครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า รถบัส เรือเฟอร์รี่ และรถไฟวิ่งต่างเมืองแถบ West Coast ราคาค่าโดยสารรายเดือนอยู่ที่ประมาณ 2,250 บาท เติมเงินในบัตรบีทีเอสก็ไม่ต่างจากนี้เท่าไหร่หรอก

อ้อ แอบบอกนิดหนึ่งว่าเด็กไทยมาเรียนต่อที่เมืองนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว มีคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่เอาไว้คอยช่วยเหลือกัน แต่ถ้าให้แนะนำนะ มาไกลบ้านทั้งทีอาจจะต้องลืมภาษาบ้านเกิดไว้ก่อน ความหลากหลายในเมืองนี้พร้อมที่จะให้เรามีเพื่อนใหม่ได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลา

วีดีโอแนะนำสถาบัน ILSC Vancouver แคมปัส

FYI:
อยากดริ๊งก์เหรอ?

กฎหมายของแคนาดาระบุไว้ว่าผู้ที่ซื้อเครื่องดื่มมึนเมาได้ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 19 ปีบริบูรณ์ ราคาที่ปรากฎอยู่ในเมนูหรือป้ายราคานั้นอาจยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และหากเข้าไปใช้บริการในร้านอาหารหรือสถานบริการต่างๆ การให้ทิปส์เป็นธรรมเนียมที่รู้กัน เรทปกติคือประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์จากสินค้าที่ซื้อ

…………………….

เรียนต่อแคนาดา

ILSC EDUCATION GROUP เปิดทำการตั้งแต่ปี 1991 โดยมีนักเรียนกว่า 230,000 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกเข้ารับการศึกษาในสถาบันสอนภาษาอังกฤษ 7 สาขา และ 6 วิทยาลัย ที่ตั้งอยู่ใน 3 ประเทศทั่วโลก สาขาในแคนาดาตั้งอยู่ที่ Vancouver / Montréal / Toronto ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกเรียนได้โดยอิสระทั้งสถานที่และเป้าหมายที่ตนเองต้องการ

ILSC Canada เป็นสถาบันภาษาที่มีตารางเรียนให้เลือก 4 แบบหลัก ได้แก่
1) Full-Time Intensive (FTI เรียน 30 คาบต่อสัปดาห์ เวลา 9.00 -4.00น. ในวันจันทร์-พฤหัสบดี และ 9.00-12.00 น. ในวันศุกร์),
2) Full-Time (FT เรียน 24 คาบต่อสัปดาห์ เวลา 9.00 – 14.30น. ในวันจันทร์-พฤหัสบดี และ 9.00-12.00 น. ในวันศุกร์),
3) Part-time AM (PT AM เรียน 17 คาบต่อสัปดาห์ เวลา 9.00 -12.00น. ในวันจันทร์-ศุกร์) และ
4) Part-Time PM (PT PM เรียน 13 คาบต่อสัปดาห์ เวลา 13.00 – 16.00 น. ในวันจันทร์-พฤหัสบดี)

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ILSC CANADA คลิกที่นี่

# เรียนต่อแคนาดา Vancouver Toronto Montreal

Featured image credit :
nextvoyage, bridge-skeeze0, scottwebb, StockSnap @Pixabay