CLASSISM

เพื่อนรวย เพื่อนจน 

เราเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้

วันนี้มีพัสดุมาส่งถึงห้องฉันอีกแล้ว แต่ไม่ใช่ของฉัน พัสดุชิ้นนั้นจ่าหน้าถึงรูมเมทของฉัน ด้วยความที่ฉันเป็นคนมีน้ำใจ (คิดเข้าข้างตัวเอง) เลยหยิบขึ้นไปให้เธอสักหน่อย และอดไม่ได้ที่จะถามว่าสิ่งที่อยู่ในพัสดุชิ้นนั้นคืออะไร “อ่อ มันคือกระเป๋า alexander wong นะยู เห็นมันลดราคาเลยซื้อมา ละแล้วเหลือแค่ 5000$ เองนะยู”

โอ้มายกอดเนส ฉันได้แต่ร้องในใจ ห้าพันดอลนี่ฉันอยู่ในสหรัฐไปได้สิบเดือนเศษๆเลยนะ
ฉันคิดอะไรได้แค่นั้นก่อนจะขอลูบกระเป๋าใบละประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทเป็นขวัญมือสักหนึ่งที

เห็นเพื่อนซื้อ ต้องซื้อตามเพื่อนมั้ย?

“มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” เราได้ยินคำนี้มานานตั้งแต่สมัยประถม ซึ่งก็เป็นตามนั้นจริงๆ ไม่ว่าเราจะชอบอยู่คนเดียวมากกว่าอยู่กับคนอื่น บางครั้งเราก็ต้องสื่อสารกับคนอื่นๆด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาเรียนต่อ เราพยายามกลมกลืน และเข้าสังคมกับบุคคลรอบข้าง ซึ่งแน่นอนว่ามาจากทั้งหลายชาติพันธุ์และมากวัฒนธรรม รวมถึงคละระดับชั้นฐานะด้วย

เป็นเรื่องปกติมากๆที่อยู่ในอเมริกาแล้วจำต้องมีรูมเมทที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เพราะห้องแพงมากๆ อาจร่วมห้องแค่มีฉากกั้นก็เป็นได้เช่นกัน รูมเมทเป็นบุคคลขั้นพื้นฐานที่สุดที่เราจินตนาการได้ว่าเราจะอยู่ด้วย เราแบ่งพื้นที่ส่วนตัวกันใช้ บางคู่ก็หารเครื่องใช้ ค่าอาหาร ค่าทำความสะอาดกันด้วย เป็นเรื่องโชคดีที่เราได้รูมเมทที่มีน้ำใจและสะอาด

ซึ่งรูมเมทของฉันก็เป็นอย่างที่กล่าวมา เธอสวย สะอาด และมีฐานะ นิสัยดี …. ไม่น่าจะมีปัญหากับฉันเลย ซึ่งใช่แล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลย ปัญหาของฉันคือเธอรวยเกินไป ซึ่งรูมเมทฉันจัดได้ว่าเป็นคนมีฐานะมากๆคนหนึ่ง จินตนาการง่ายๆว่าในประเทศเขาบ้านทาว์นเฮาส์ธรรมดาราคา 200 ล้านบาท แต่เขามีบ้านเดี่ยวถึงห้าหลัง! นี่ฉันอยู่ร่วมกับสุลต่านรึเปล่านะ

Credit

พัสดุจะถูกส่งมาที่ห้องฉันอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งการชอปปิ้งออนไลน์ในอเมริกาป็นเรื่องที่ยั่วยวนใจมากๆ นอกจากของถูกและดี โปรโมชั่นก็มีมาเรื่อยๆ รูมเมทฉันชอปปิ้งได้อย่างเพลินเพลินเชียวล่ะ … ฉันมองแล้วก็อิจฉานะ เธอไม่ต้องเครียดเรื่องเรียนมาก เธอเกริ่นไว้แต่แรกแล้วว่าเธอมาเพียงเพื่อเอาใบปริญญา และกลับไปทำธุรกิจครอบครัวของเธอต่อในทันทีที่เธอเรียนจบ

และการที่เราอยู่ด้วยกันมากๆ บางทีเราไขว้เขวไปมากว่าเราไม่มีรึเปล่า? เรารู้สึกขาดทั้งๆที่เราไม่ได้ขาด เราเริ่มชอปปิ้งตามเธอ (ซึ่งฐานะเราปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวยไม่ได้ยากจน) แต่เมื่อมองสิ่งที่เราดู เราก็ได้แต่ถามตัวเองว่า เราอยากได้จริงๆเหรอ?

ตกลงมาทำอะไรกันแน่?

มีผู้คนมากมายที่มาเรียนต่อแต่ใช้ชีวิตเหมือนมาเที่ยวต่างประเทศ พวกเขาไปแหล่งท่องเที่ยวกับเพื่อนๆชาติเดียวกัน และชอปปิ้งกระหน่ำทุกๆวันศุกร์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นชีวิตที่สนุกจริงๆนะที่ทำแบบนั้น (ใครๆใช้เงินก็มีความสุขแหละ) ตามจริงเราก็ควรเปิดหูเปิดตาบ้าง การท่องเที่ยงคือการเปิดมุมมองใหม่ๆให้ชีวิต แต่การไม่ใช้จ่ายเกินตัวก็สำคัญ

ฉันมองบางสิ่งที่ซื้อตามเพื่อน กับเงินเดือนที่ฉันพยายามใช้ไม่ให้เกิน ฉันเริ่มรุ้สึกตัวนิดๆแล้วว่าสิ่งที่ฉันถือไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากได้ ฉันรุ้สึกมีความสุขเมื่อได้เข้าไปอยู่ในห้างสรรพสินค้า แต่มันเหมือนเป็นหิงห้อยที่หลงใหลแสงสี ตอนนี้เวลากลางวันแล้ว สิ่งที่ฉันเห็นคือภาระหน้าที่ที่ต้องทำ

ฉันตกลงใจว่าจะโฟกัสกับเป้าหมายมากขึ้น ฉันมีโอกาสได้มาเรียนในต่างแดน และฉันอยากใช้เวลาไปกับการหาความรู้ ฝึกฝนทักษะ เพื่อนๆต่างคนต่างมีชีวิตในรูปแบบของตัวเอง เธอคนนั้นอาจจะมาเรียนสบายๆ เขาคนนั้นอาจจะมาเพื่อท่องเที่ยว แล้วฉันล่ะมาเพื่ออะไรนะ?

ซื้อของที่จำเป็นและดี

ที่สหรัฐ บ้านเช่ามากมายมักมีเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่มากนัก ส่วนมากเราต้องซื้อของหลายสิ่งเอง เช่นที่ชั่งน้ำหนัก บ่ายวันหนึ่งหลังเลิกเรียนฉันจึงไปซื้อมาเครื่องหนึ่ง หลังจากลังเลอยู่นานว่าจะเลือกเครื่องไหนดี ด้วยค่าเงินที่ต่างกันจนบางทีเราอยากถนอมเงินไว้ ใช้แค่นี้ก็แล้วกันนะ …. จึงได้เครื่องชั่งน้ำหนักแบบอนาลอคมาเครื่องหนึ่ง ราคาไม่เกินสามเหรียญ

แต่ปัญหาก็เกิดตามมา เนื่องจากมันเป็นหน้าปัดแบบบอกตัวเลข และตัวเลขเล็กมากๆ บางครั้งก็ไม่เที่ยงตรง สุดท้ายแล้วฉันไม่เห็นประโยชน์จากเครื่องนี้จริงๆจนต้องไปซื้ออีกเครื่องแบบดิจิตอล สินค้ามาตรฐานราคา 10 ดอล

เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย เป็นนิยามที่ฉันให้แก่นิสัยฉันในครั้งนี้ ความจริงฉันควรเสียเงินกับสิ่งที่จำเป็นจะต้องเสียจริงๆ อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด อะไรที่จำเป็นต้องซื้อก็สมควรซื้อ ถ้าฉันยอมจ่ายซื้อเครื่องมาตรฐานแต่แรก ก็ไม่ต้องเสียเงินสองครั้งแบบนี้

เป็นบทเรียนในหลายๆครั้งของชีวิต ว่าบางทีเราก็ควรซื้ออันที่ดีๆไปเลย ดีกว่ายอมทนใช้อะไรที่ไม่อำนวยความสะดวกแก่ชีวิตไปนานๆ เช่นบางทีฉันซื้อเครื่องปรินท์ขาวดำเพราะถูกกว่า สุดท้ายก็ต้องไปร้านปรินท์เพื่อปริ้นท์สีอยู่ดี … อย่างนี้แล้วจะซื้อทำไมนะ (หัวเราะอย่างเศร้าใจเบาๆ)

Credit

ให้รางวัลแก่ตัวเองบ้างพอชื่นใจ

หลังจากพบว่า การทำรายรับรายจ่ายส่งผลให้ควบคุมเงินได้มากขึ้น ฉันสามารถเตรียมเงินค่าอาหารไว้ได้ต่อเดือน และจะใช้ไม่เกินนั้น ฉันดูว่าที่ผ่านมาฉันใช้ค่าอาหารประมาณไหน ค่ารถและค่าจิปาถะส่วนมากมีตัวเลขตายตัวอยู่แล้ว ฉันควบคุมรายจ่ายได้อย่างค่อนข้างมีประสิทธิภาพ … แต่พอผ่านไปสามเดือนนี่สิ ฉันรุ้สึกเครียดและเหี่ยวแห้งมากๆเหลือเกิน ทำไมนะ?

“เธอควรให้รางวัลตัวเองบ้าง” คือสิ่งที่เพื่อนฉันบอกก่อนพาฉันไปชอปปิ้ง ฉันซื้อของขวัญเล็กๆให้ตัวเองจากเงินพิเศษที่หามาได้ พอมองแล้วรู้สึกน่าชื่นใจอย่างประหลาดทั้งๆที่เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ความจริงเราต้องการผลรางวัลตอบแทนให้กับชีวิตที่เคร่งเครียดเกินไปของเราบ้างในบางเวลาเท่านั้นเอง

ทั้งที่ขยันแทบตาย
ทำไมฉันถึงไม่รวยซะที ?

ฉันอดคิดแบบนี้ไม่ได้ ทุกครั้งที่ตัวเองต้องนั่งทำงานจ๊อบให้เสร็จหลังทำการบ้าน ในขณะที่ทำการบ้านเสร็จแล้วก็นอนสบายใจเฉิบได้ทันที (แถมยังมีพัสดุมาส่งที่บ้านเรื่อยๆอีก) แต่ถึงจะปลอบใจตัวเองว่า เราขยันวันนี้เราย่อมได้ดีกว่าในวันหน้า ด้านดาร์คๆในตัวฉันก็แอบกระซิบว่า แล้วถ้าวันนึงเมทของฉันคิดจะขยันขึ้นมาล่ะ? ฉันจะอิจฉาเธอไหมที่มีคอนเนคชั่นพร้อมดันให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว? ในขณะที่ฉันไม่มีทั้งเงิน ไม่มีทั้งชื่อเสียง และไม่มีสายสัมพันธ์กับคนที่จะทำให้ฉันก้าวหน้าไปได้

เอาแค่ตอนไปเลือกซื้อกระดาษมาทำงาน ฉันต้องคิดแล้วคิดอีกว่าถ้าฉันมีเงินเท่านี้ ฉันจะซื้ออะไรได้บ้างที่เป็นของจำเป็นที่สุดและให้คุณภาพดีที่สุด ในขณะที่รถเข็นของคนข้างๆ มีของทุกอย่างที่ฉันคิดว่าต้องการแต่เงินของฉันมีไม่พอ

ฟังดูขี้อิจฉาแต่มันก็จริง และก็ชวนให้คิดว่าที่เชื่อมาตลอดว่า…

– ทำดีได้ดี
– ขยันกว่าได้เปรียบ

มันเป็นแค่คำพูดที่เอาไว้ปลอบใจตัวเองและเอาไว้ทำให้ตัวเองสบายใจเวลาเห็นคนที่ลำบากกว่าหรือเปล่า?

เอาจริงความรวยความจนไม่ส่งผลกับมิตรภาพของเราเท่าไหร่ เพียงแต่ฉันต้องบอกตัวเองว่าวันไหนได้ดี อย่าลืมเรื่องโอกาส โครงสร้าง ความเหลื่อมล้ำ และคอยระวังอย่าให้ความคิดที่ว่าคนจนเพราะไม่ขยัน กลับมาเกาะกุมจิตใจฉันอีก

 

KorPunGun Live EP. 2
“ Classism ”

พูดคุยกับ ตะไคร้
ธนเสฏฐ์ ศิริพรรุ่งเรือง

นักศึกษา Shoreline Community College โอนเข้าศึกษาต่อที่ Seattle University เรียนวิชาเอก Business Analytic วิชาโทด้าน Finance พร้อมประสบการณ์ทำงานตำแหน่ง International Peer Mentor ให้คำปรึกษาและจัดกิจกรรมสนับสนุนการเรียนรู้ของนักศึกษานานาชาติระหว่างเรียน

ประสบการณ์การทำงานครั้งแรกในระหว่างที่ศึกษาในอเมริกา
การวางตัวและการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีทั้งคนที่รวย(มาก)และจน
มุมองต่อเรื่อง Classism และความเหลื่อมล้ำทางสังคม จากประสบการณ์ใช้ชีวิตศึกษาต่อที่อเมริกา

สัมภาษณ์โดย กันต์พงศ์ ทวีสุข, ก้อปันกัน

ติดตามก้อปันกันได้ที่
Facebook Page : korpungunoverseas

ศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศก้อปันกัน