IGNORANCE

เมื่อการล้อเล่นที่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ปิดเทอมปีนี้จะไปไหนดีนะ? ฉันนั่งคิดเล่นๆ พลางเลื่อนผ่านเพจตั๋วโปร ตั๋วถูก และเพจแบ็คแพ็คอย่างลวกๆ โอซาก้าก็ดีนะ.. หรือนาราดี? ฉันยังคงคิดต่อไปเรื่อยๆ จนลงเอยที่คาโกชิม่า ด้วยความหน้ามืด เผลอตัวอีกทีก็ได้ตั๋วเครื่องบินไป-กลับจากโตเกียวถึงคาโกชิม่าภายในเวลาห้านาที

ด้วยอานิสงส์ตั๋วโปรราคาถูกที่มีมาอย่างไม่ขาดสาย ฉันก็ได้ไปไหนมาไหนบ่อยขึ้น เดี๋ยวนี้จะเดินทางไปไหนก็ง่าย ตั๋วถูก ที่พักถูกมีให้เลือกเยอะแยะ ถ้าจะไปสายประหยัดก็นอนโฮสเทล ไม่ก็หาห้องเช่าใน Airbnb สายชิลก็นอนโรงแรม นอนเรียวคังตามแต่สะดวก

แน่นอนว่าคนประเภทฉันยังมีอีกเยอะแยะบนโลก เห็นได้ก็จากประชากรในโตเกียวที่เดินไปไหนมาไหนก็จะเจอกับ “ไกจิน” (คนต่างชาติ) อยู่ไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวแถวอาซากุสะ หรือคุณลุงในร้านอาหารอินเดียใกล้บ้าน

Credit

แน่นอนว่าโลแกน พอล (Logan Paul) vlogger คนดังจากยูทูป ก็เป็นหนึ่งใน “ไกจิน” ที่มาแวะเวียนแถวๆ โตเกียวเมื่อเร็วๆ นี้ โดยก่อนหน้านี้โลแกนขึ้นชื่อเรื่องพฤติกรรมห่ามๆ เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูด้วยการเล่นมุขเหยียดคนเอเชีย และล้อเลียน stereotype แบบผิดๆ โดยอ้างว่าแค่เป็นการเล่นมุขขำๆ (เอ๊ะ! นี่คุ้นๆ //ยิ้มแห้ง) คนก็ไม่ได้รังเกียจหรือต่อต้านอะไรมากนัก ทำไปทำมาโลแกนก็ได้ทำยอด subscriber มาจนถึงหลักสิบล้านคน ด้วยมุขตลกเอเชี่ยนและการทำตัวกวนโอ๊ยชาวบ้านชาวช่อง

เรื่องของเรื่องก็คือ วันหนึ่งโลแกนก็คงนั่งคิดเล่น คลิกไปคลิกมาเหมือนฉันนี่แหละ และไปๆ มาๆ ก็ตัดสินใจมาญี่ปุ่น แถมถ่าย vlog บันทึกการเดินทางของตัวเองไว้ด้วย (ก็แหงล่ะ) ทีนี้พอคนที่เหยียดเอเชี่ยนอยู่แล้วมาโตเกียวซึ่งดูเป็นศูนย์รวมความนิช ความเอ็กโซติก และความออเรียนทัลตาม stereotype ของตะวันตก ก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไรที่จะมีพฤติกรรมแย่ๆ จนเป็นเรื่องเป็นราวบ้างในบางครั้ง

แน่นอนว่าสถานการณ์ประมาณนี้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย ถ้านายโลแกนไม่ได้ไปแตะเรื่องละเอียดอ่อนอย่างการฆ่าตัวตาย … อันที่จริงคำว่าแตะอาจไม่เหมาะนัก เพราะยูทูปเบอร์คนนี้ได้ทำสิ่งที่ทั่วโลกถึงกับต้องอ้าปากค้างด้วยความงง นั่นคือการเข้าไปในป่า ‘อาโอคิกาฮาระ’ ที่คนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยเข้าไปฆ่าตัวตาย เดินออกนอกเส้นทางไปถ่ายศพแบบโคลสอัพลงยูทูป และเล่นมุกตลกแบดเทสต์ประหนึ่งว่าการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องเล่นๆ

เคสนี้แสดง “ความเด๋อ” ของคนที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราว และขาดความเข้าอกเข้าใจทางวัฒนธรรม (cultural awareness) อย่างนายพอลได้แบบช็อตต่อช็อต แว๊บแรกฉันก็แอบคิดว่า โลแกนอาจแค่พลาดครั้งเดียวหรือเปล่า อาจแค่เล่นตลกอยู่หรือเปล่า คลิปแค่คลิปเดียวไม่น่าจะเอามาตัดสิน ก็เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยการส่องยูทูปอยู่เป็นวันๆ และได้ข้อสรุปว่า อืม…ไม่ใช่หรอก นี่แหละนังเด๋อของจริง

วีรกรรมของโลแกนมีทั้งการเอาปลาสดๆ ไปแหย่คนตามท้องถนน ทั้งปาโปเกบอลใส่พนักงานในร้านอาหาร เลียนแบบโปเกม่อนโกแบบเรียลไลฟ์จนโดนตำรวจเรียกไปคุย ก่อกวนศาลเจ้าจนเจ้าหน้าที่ต้องไล่ออกมา และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน จนหลายคนได้แต่นั่งกุมขมับว่าโลแกนไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหน

แต่พอได้ยินเขาพูดว่า “Tokyo is a real life cartoon.” เท่านั้นแหละ ฉันก็แทบจะตรัสรู้ที่มาของความเด๋อครั้งนี้แบบหมดจด ประโยคนี้สรุปได้ว่าโลแกนไม่ได้มองคนโตเกียว (หรือคนเอเชีย) ในฐานะมนุษย์เท่าๆ กัน แต่มองเป็นของแปลก เป็นการ์ตูน เป็นความเอ็กโซติกที่ตัวเอง (ในฐานะคนขาว) จะเข้ามาผจญภัยความมหัศจรรย์ล้านแปดโดยไม่สนสี่สนแปดใดๆ ทั้งสิ้น

ทำนองเดียวกับอลันและพรรคพวกใน King Solomon’s Mine* วรรณกรรมแนวๆ เพชรพระอุมา ที่แก๊งคนขาวเข้าไป “ผจญภัย” ในแอฟริกาโดยไม่ถงไม่ถามสุขภาพเจ้าบ้านซักคำ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมโลแกนถึงทำตัวเป็นเด็กถูกสปอยล์ และไม่สนใจศึกษาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเจ้าบ้านเลยแม้แต่น้อย เพราะเขารู้สึกว่าตัวเอง “มีสิทธิ์” (entitled) ที่จะทำตัวยังไงก็ได้ ในฐานะ “The dumb American” หรือคนอเมริกันเด๋อๆ (เขาเรียกตัวเองว่างั้น) ความเป็นคนขาวอเมริกันจึงเป็นใบเบิกทางที่ปล่อยให้โลแกน และพรรคพวกเล่นสนุกจนเลยเถิดได้อย่างในคลิป และเอาเข้าจริงๆ ถ้าไม่สุดโต่งจนมาถึงกรณีถ่ายศพ นายโลแกนก็คงหลุดรอดไปได้แบบชิลๆ

ฉันก็คิดเล่นๆ ว่าถ้า “เอเชียจิน” ผิวสีอย่างฉันลองไปทำตัวแบบนั้นบ้างคงได้ถูกเนรเทศกลับตั้งแต่ตอนปาโปเกบอลใส่รถแล้ว

การกระทำของโลแกนไม่ใช่แค่การเล่นตลก แต่เป็นความไร้มารยาทที่สะท้อนทรรศนคติการเหยียดชาติพันธุ์ (racism) และความรู้สึกเหนือกว่าในฐานะคนขาว (white supremacy) การมี cultural awareness จึงแยกไม่ออกจากเรื่องลำดับชั้นทางสังคม สีผิว ชนชาติ เพราะเมื่อใครรู้สึกว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนในวัฒนธรรมอื่นๆ คนคนนั้นก็จะปฎิเสธที่จะทำความเข้าใจความแตกต่าง หรือแม้แต่เคารพคนชาติอื่นในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

Credit

การตระหนักรู้ทางวัฒนธรรม จึงเป็นการเคารพวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของวัฒนธรรมต่างๆ ในบริบทของความเท่าเทียม ยิ่งเวลาเราไปเป็นนักท่องเที่ยวหรือไปอยู่ในประเทศอื่นยิ่งต้องตระหนัก ว่าวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของเขาอาจไม่เหมือนของเรา แต่แน่นอนว่าการ “เคารพ” นี้ไม่ได้หมายถึงการกราบไหว้บูชา เห็นวัฒนธรรมเป็นของสูงที่แตะต้องไม่ได้ การ”เคารพ” นี้ หมายถึงการมองคนเป็นคน ไม่ใช่ตัวละครในจินตนาการ ในอนิเมะ หรือในสเตอริโอไทป์ที่เรามีต่อชนชาตินั้นๆ

เวลาไปเที่ยวไม่ว่าที่ไหนๆ จะเอเชีย อเมริกา ออสเตรเลีย แอฟริกา หรือยุโรป ก็เตือนตัวเองไว้ว่าอย่าเป็น “คนเด๋อ” ให้คนอื่นมองบนใส่ ก่อนเดินทางก็ศึกษาไว้หน่อยว่าวัฒนธรรมเขาเป็นแบบไหน อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ขึ้นบันไดยืนฝั่งไหน ฯลฯ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการเปิดใจ ยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม และแนวคิดที่หลากหลาย ไม่ว่าเราจะอยู่ข้างใน หรือนอกประเทศตัวเองก็ตาม

Update: ล่าสุด โลแกนถูกแบนไม่ให้รับเงินโฆษณาจากยูทูปเนื่องจากพฤติกรรมในช่วงนี้ (มีทั้งวิดิโอศพที่ญี่ปุ่น และวิดิโอช็อตหนูตาย ทรมานปลา ฯลฯ) ก็ดูเหมือนว่าการเล่าตลกของโลแกนก็คงจะไม่ค่อย “ตลก” เสียแล้ว

* King Solomon’s Mine (ชื่อไทย: สมบัติพระศุลี)
นิยายชื่อดังเกี่ยวกับการผจญภัยในแอฟริกาของกลุ่มคนขาว ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1885

ที่มา และวิดิโอต้นเรื่อง:

http://www.independent.co.uk/life-style/gadgets-and-tech/news/youtube-logan-paul-latest-ad-revenue-suspended-channel-taser-rats-suicide-forest-a8202206.html

https://www.youtube.com/watch?v=bCsVKbha2EU

https://www.youtube.com/watch?v=MGG1zlKClFQ

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…