PRIVILEGE

อภิสิทธิ์คืออะไร

ช่วงนี้ของปี ถือเป็นช่วงชีพจรลงเท้าของเราพอดี ด้วยความที่เป็นนักเขียนบทความ ทำวิจัยและ เดินทางไปรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสออกไปเจอโลกกว้าง และพบปะผู้คนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นกับชาวต่างชาติ นักเรียนไทยที่ไปเรียนต่อและทำงานอยู่ที่นู้น หรือแม้กระทั่งคนไทยที่ลี้ภัยด้วยเหตุผลทางการเมืองก็มีมาแล้ว

แต่ไม่นานมานี้ มีงานเขียนอยู่ชิ้นหนึ่งที่เป็นกระแสในช่วงนี้มาก นั่นก็คือ เรื่องของการมีอภิสิทธิ์ของคนผิวขาว ซึ่งในสหรัฐฯเป็นกระแสแรงมาก ล่าสุดก็เหตุการณ์ยี่ห้อเสื้อผ้าชื่อดังที่นำ เด็กเชื้อสายแอฟริกามาใส่เสื้อที่พิมพ์คำว่า “ลิงจ๋อที่เจ๋งสุดในป่า” ซึ่งในต่างประเทศ คำว่าลิง มันมีบริบทหมายถึงการเหยียด คราวนี้เลยโดนโจมตีทั้งทางตรงและทางอ้อมจนถอดภาพชุดนั้นออกจากเว็บไซต์

Credit

แม้โลกในปัจจุบันจะก้าวผ่านการแบ่งแยกเชื้อชาติและสีผิว สนับสนุนการเท่าเทียมกันของคนในสังคม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของการมีอภิสิทธิ์ยังคงมีอยู่ แต่ไม่รู้ว่าแต่ละคนจะรู้ถึงอภิสิทธิ์ของตัวเองกันบ้างมั้ย (เหมือนจะเป็นเรื่องธรรมชาตินะ แต่ไม่ใช่นะ)

ตัวอย่างง่ายๆ ลูกคนมีเงิน ย่อมมีอภิสิทธิ์ที่มากกว่าคนจน มีโอกาส มีต้นทุน มีเวลาที่มากกว่าคนทั่วๆไป อยากจะไปไหน เรียนอะไร ทำอะไร ครอบครัวก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ หรือถ้าลงทุนเองแล้วล้มเหลว ก็อาจจะรู้สึกปลอดภัยมากกว่าคนที่ล้มเหลวแล้วมีโอกาสถูกเหยียบซ้ำ

หรือ แม้จะบอกว่าจบจากมหาวิทยาลัยไหนก็เหมือนกัน แต่เวลาที่ฝ่ายบุคคลเลือกคนเข้ามาทำงาน เขาก็อาจจะเลือกจากคณะและมหาวิทยาลัยว่ามีชื่อเสียงหรือไม่

แม้แต่การกรอกชื่อในใบสมัครงานก็ยังเคยเป็นประเด็นทางสังคมมาแล้ว ผลวิจัยพบว่าจากการคัดเลือกในใบสมัครงาน ชื่อเป็นชื่อลาติน หรือชื่อมุสลิม จะมีโอกาสได้รับการติดต่อกลับน้อยกว่าชื่อทั่วไป (เสียเปรียบตั้งแต่เรื่องชื่อแล้วคิดดู!)

Credit

เมื่อย้อนดูตัวเอง ก็คิดได้ว่า เอ่อ…ถึงจะไม่ได้เกิดมารวยล้นฟ้า มีอภิสิทธิ์เท่าชนชั้นสูงในสังคม แต่อภิสิทธิ์พื้นฐาน อย่างเช่น การสมัครงาน อภิสิทธิ์ในเรื่องของสัญชาติ เชื้อชาติและศาสนา ก็ทำให้เรามีอภิสิทธิ์มากกว่าอยู่ดี เช่น การเกิดมามีสัญชาติไทย ก็จะมีอุปสรรคน้อยกว่าคนไทยไร้สัญชาติ …อย่าว่าแต่สมัครงาน การเดินทางออกนอกพื้นที่ของคนไร้สัญชาติยังต้องได้รับการรับรองและอนุญาตจากรัฐ!

ยกตัวอย่างอีก :

การเกิดมาในบ้านที่มีหนังสือมากมายในบ้าน กับบ้านที่ไม่มีหนังสือเลย ชีวิตต่างกันไหม

ยกตัวอย่างอีก :

การเกิดมาเป็นลูกสาวในวัฒนธรรมที่บังคับให้ผู้หญิงทำงานบ้านอย่างหนักแต่ผู้ชายไม่ต้องทำงานบ้านเลย ชีวิตยี่สิบปีแรกของเธอจะต่างจากชีวิตของผู้หญิงที่มีสิทธิเท่าเทียมผู้ชายไหม

ยกตัวอย่างอีก :

การเกิดมานับถือศาสนาที่คนส่วนใหญ่นับถือ เราจะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจเท่ากับการนับถือศาสนาที่คนส่วนน้อยนับถือหรือเปล่า

ฯลฯ

 

อภิสิทธิ์ที่เราอาจจะรู้และไม่รู้ตัว หลายๆครั้งก็เป็นสถานะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด และมีผลกระทบอย่างน้อยที่สุดก็ใน 20 ปีแรกของชีวิต อยู่ที่เราแล้วล่ะว่าจะตระหนักถึงอภิสิทธิ์ในตัวเองไหม และจะระวังให้อภิสิทธิ์ของเราไม่ไปขโมยเอาโอกาสจากใครได้ดีขนาดไหน

 

อ้างอิง https://www.vox.com/identities/2017/9/18/16307782/study-racism-jobs

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…