Credit : Featured image

Chicago

7 ที่สุดจากเมืองนี้ ที่ชิคาโก้ !

ชิคาโก้ไม่ได้มีดีที่ทีมบาสเก็ตบอล และเพลง All That Jazz จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Chicago’ หรอกนะ นี่คืออีกหนึ่งมหานครที่คนไทยอาจคิดถึงเป็นลำดับรองๆ – – กำลังพลาดเมืองดีๆ แบบนี้ไปหรือเปล่า?

Credit

-1-
เป็นเมืองที่ลมแรงที่สุด!

ชิคาโก้ได้รับฉายาว่าเป็น ‘The Windy City’ ที่เป็นเมืองที่มีลมพัดผ่านตลอดเวลา ที่เป็นอย่างนั้นเพราะตั้งอยู่บนฝั่งทะเลสาบมิชิแกน ในรัฐอิลลินอยส์ บริเวณมิดเวสต์ของอเมริกา จะบอกว่าที่นี่อากาศดีตลอดทั้งปี ร้อนสุดก็ประมาณ 22 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง!

ส่วนที่บอกว่าลมแรงนั้น มาจากการขึ้นไปดูวิวบนตึกวิลลิสทาวเวอร์ อาคารที่เคยครองตำแหน่งสูงที่สุดในโลกนานถึง 25 ปี ใช้เวลาประมาณ 1 นาทีโดยลิฟท์ก็ขึ้นไปถึงชั้นบนสุดแล้ว วันไหนที่ลมแรงมากๆ เชื่อไหมว่าเหมือนร่างของเราจะปลิวได้เลยละ ส่วนถ้าใครรู้สึกว่าตึกไหวติงบ้างเล็กน้อยก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเขาออกแบบมาให้มันเป็นอย่างนั้นเอง – – อ้อ หน้าหนาวมีหิมะขาวๆด้วย เตรียมพร็อพมาให้พร้อมเลยยยย

Credit

-2-
พิซซ่าน่ากินที่สุด!

สิ่งที่ไม่ต้องห่วงเลยก็คือ ‘อาหาร’ โอ้มายก้อด ทุกอย่างดูเป็นอเมริกันไปหมดก็จริงนะ แต่เชื่อเถอะว่าอาหารที่นี่ไม่ขยะและตั้งใจทำกว่าเมืองรีบเร่งแห่งอื่นๆ แน่นอน รู้หรือไม่ว่าป๊อปคอร์นเจ้าดังยี่ห้อ Garett มีต้นกำเนิดมาจากชิคาโก้นี่เอง… แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะพิซซ่าของเขาต่างหากที่น่ากินมากกกก

Credit

เคยเห็นพิซซ่าที่หน้าตาเหมือนพายมั้ยล่ะ? คือมีความลึกลงไปมากกว่าจะเป็นหน้าบางๆ บนแป้งหนาๆ แต่นี่คือไส้ทั้งนั้นเลยทุกคน โอ้พระเจ้า เขาเรียกกันว่า Deep Dish Pizza ต้นตำรับจากชิคาโก้แท้ๆ เลย ส่วนผสมก็มีชีส 2-3 ชนิด ไส้กรอก และซอสมะเขือเทศปรุงรส ส่วนถ้าใครบอกว่าให้ลองกินฮอทด็อกดูสักครั้ง อย่าปฏิเสธคำชวนนั้น เพราะไส้กรอกเนื้อในขนมปังอุ่นๆ และมีผักดองพร้อมราดซอสมัสตาร์ดคืออีกอันที่เราติดใจ

Credit

-3-
เข้มแข็งที่สุด

ว่ากันว่าชาวเมืองชิคาโก้นั้นเหมือนชาวญี่ปุ่นของทวีปอเมริกาเหนือ คือมีความมุ่งมั่น และเอาจริงเอาจังมากๆ ปี 1871 เมืองแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ ซึ่งทำลายล้างเมืองไปถึงครึ่งหนึ่ง แต่สุดท้ายพวกเขากลับมองว่า นี่เป็นการดีสำหรับการจัดวางผังเมืองแห่งนี้ใหม่อีกครั้ง สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเป็นระเบียบเรียบร้อยของมหานคร

ตึกระฟ้าเพิ่มจำนวนความสูงขึ้นเรื่อยๆ แทรกสลับกับโรงละคร และสถานบันเทิงต่างๆ ดาวน์ทาวน์ของที่นี่เราเรียกว่า ‘The Loop’ ศูนย์รวมความเจริญที่จะหาทุกอย่างได้จนหายห่วง ล้อมรอบด้วย ‘แอล’ (ย่อมาจากคำว่า Elevated) ระบบรถไฟยกระดับที่วิ่งล้อมเมืองแล้วออกไปเชื่อมต่อกับรถไฟสายชาญเมือง อำนวยความสะดวกมากๆ เฉลี่ยการเดินทางจากบ้านมาที่ทำงาน หรือโรงเรียน ใช้เวลาแค่ประมาณครึ่งชั่วโมง ชีวิตดีไปอีก

Credit

-4-
ตื่นตาตื่นใจที่สุด

เราคงพูดไม่ได้หรอกนะว่าชิคาโก้เป็นเมืองที่สวยที่สุด แต่เรามั่นใจมากว่าที่นี่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด เพราะหลังจากที่เพลิงโหมเมืองจนมอดไปกว่าครึ่ง พวกเขาสร้างตึกขึ้นมาใหม่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมเก่าที่ยังเหลือ พร้อมถนนหนทางอันเป็นระเบียบมากขึ้น ปัจจุบัน บริเวณ เดอะ ลูป มีประติมากรรมตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ รอบเมือง ตั้งแต่สวนสาธารณะ จัตุรัส หรือตามสถานีรถไฟ ทำให้เมืองมีชีวิตชีวา ไม่แห้งแล้ง

อีกอย่างที่เราชอบอย่างมากถึงมากที่สุดคือโซนโรงละคร! แว่บแรกที่เห็นคือเหมือนในฉากหนังเลย วัยรุ่นที่นี่แฮงก์เอ๊าท์ยามค่ำคื่นด้วยการมาดูละคร และเข้าไปฟังเพลงตามร้านต่างๆ ที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก กลางคืนของที่นี่ไม่ได้วุ่นวายเหมือนใน Time Square ที่นิวยอร์ก เราว่าจังหวะของเมืองมันชิลล์ เพราะคนที่เดินอยู่ตามถนน ส่วนใหญ่เป็นผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่นักท่องเที่ยว

Credit

-5-
ที่สุดแห่งความคิดสร้างสรรค์

อีกเหตุผลที่ทำให้นักเรียนไทยตัดสินใจมาอยู่ในเมืองนี้คือบรรยากาศแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่เหมาะกับการเรียนเป็นอย่างมาก จินตนาการถึงชีวิตเนิร์ดๆ ในเมืองที่อากาศดีๆ แถมมีแหล่งการเรียนรู้ให้ไปใช้บริการฟรีๆ สิ! ถัดมาจากโซน เดอะ ลูป คือ Millennium Park สวนแห่งอนาคตที่คนทั้งเมืองรู้จัก พื้นที่สาธารณะขนาด 99,000 ตารางเมตร (เหมือนเอาสยามพารากอนมาต่อกัน 2 ครั้ง!) ที่นี่คือสวนสาธารณะ พร้อมงานศิลปะจากศิลปินชื่อดัง (มาก) ตัวเด่นๆ ก็คือ Cloud Gate ที่คนชิคาโก้เขาเรียกมันว่า ‘เจ้าถั่ว’ เพราะเหมือนจริงๆ

Credit

นั่งบัสเลยขึ้นมาทางเหนือประมาณ 15 นาที ก็จะถึง Lincoln Park พื้นที่สีเขียวที่ใหญ่ที่สุดของชิคาโก้ ตั้งอยู่เลียบชายฝั่งยาวถึง 11 กิโลเมตร ที่นี่เป็นทั้งสวนสาธารณะ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ ถ้าอยากรู้ว่าอะไรหล่อหลอมให้ชิคาโก้เป็นอย่างทุกวันนี้ มาที่นี่ครั้งเดียวรู้เลย – – ที่สำคัญคือ ฟรี!!!

Credit

-6-
โครงกระดูก T-Rex ที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุด

เคยดูอินเดียน่า โจนส์ มั้ย? สถานที่ทำงานของเขาอยู่ในเมืองนี้จ้า นั่นก็คือ Field Museum เก็บตัวอย่างจากโลกประวัติศาสตร์ของธรรมชาติไว้ถึง 20 ล้านชิ้นนน! ที่น่าสนใจมากก็คือโครงกระดูกไดโนเสาพันธุ์ทีเร็กซ์ที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดที่มนุษย์เคยค้นพบ

สำหรับคนที่ชอบงานศิลปะ แนะนำให้ไปสถาบันศิลปะชิคาโก้ (อยู่แถวๆ เดอะ ลูป เองนะ) ถ่ายรูปกับสิงโตตัวสีเขียวข้างหน้า แล้วเดินเข้าไปจมดิ่งสู่โลกแห่งศิลปะได้เลย ที่นี่จัดแสดงศิลปะจากทั้งทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ถ้าถามว่าเป็นฮิปสเตอร์สายอาร์ทควรเสียเวลากับตรงนี้เท่าไหร่ คำตอบก็คือ ตั้งแต่ตอนมิวเซียมเปิดจนถึงเวลาปิดไงล่ะ!

Credit

แต่ถ้าไม่ชอบอยู่ที่ไหนนานๆ เสร็จแล้วอยากไปให้ไปต่อที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม เตือนนิดหนึ่งว่าที่นี่มีเด็กเยอะหน่อย แต่เด็กไทยอย่างเราที่ห่างไกลจากความสนุกสนานทางวิทยาศาสตร์มากๆ จะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่งแน่นอน ทุกอย่างดูฟิวเจอริสติกเว่อร์ มีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก คือเน้นการมีส่วนร่วมเพื่อทำความเข้าใจเหตุและผลของสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา อิจฉาเด็กอเมริกันเลย

Credit

-7-
ค่าใช้จ่ายสบายใจที่สุด

เราบอกไม่ได้หรอกนะว่าค่าครองชีพในชิคาโก้ถูกที่สุดในอเมริกา แต่ไว้ใจได้เลยว่า อย่างน้อยก็ถูกกว่านิวยอร์ก และซาน ฟรานซิสโก!!! อาหารหนึ่งมื้อราคาประมาณ 250 บาท (ยิ่งถูกลงไปอีก ถ้าหากเป็นแคนทีนในโรงเรียน) ค่าเดินทางโดยขนส่งสาธารณะประมาณ 3,000 บาท/เดือน ค่าเช้าอพาร์ทเม้นต์ประมาณ 33,000 บาท ดูหนังเรื่องละ 470 บาท

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกกว่ามหานครอื่นๆ โดยเฉลี่ยถึง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะค่าที่พัก และอาหารซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญของการเลือกพื้นที่อยู่ รวมๆ แล้วเดือนหนึ่งประหยัดไปได้หลายหมื่นเลย เพราะค่าห้องพักขนาดเท่ากันที่ซาน ฟรานซิสโก เดือนหนึ่งตกอยู่ที่ประมาณ 80,000 บาท!!!

Credit

สุดท้าย ชิคาโก้เป็นหนึ่งในเมืองที่ ‘ครบครันที่สุด’ ทั้งเรื่องความสะดวกสบาย ความปลอดภัย สังคมแวดล้อม และราคาที่จ่ายไหวสำหรับประสบการณ์ชีวิตในประเทศอเมริกา ขอให้เปิดเพลงแนวบลูส์ หรือแจ๊ซเวลาเดินทางมาถึงที่นี่ เพราะเข้ากับบรรยากาศเมืองที่สุด เชื่อสิ!


เรียนต่ออเมริกาใน Chicago

DePaul University คือ มหาวิทยาลัยที่มีความเป็นเลิศด้านวิชาการ ตั้งอยู่ใจกลางของเมือง Chicago เมืองที่มีชุมชนธุรกิจระดับโลก เพราะเป็นที่ตั้งสำหรับสำนักงานใหญ่ของบริษัทชื่อดังมากมาย DePaul เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ใหญ่ที่สุดที่หน้าที่หลักของคณาจารย์คือการจัดการเรียนการสอน อาจารย์ให้ความสำคัญกับผู้เรียน – กว่า 98% ของวิชาเรียนต่างๆ สอนโดยคณาจารย์ ไม่ใช่ผู้ช่วยสอน ซึ่งคณาจารย์จะทราบชื่อ ความกังวล และเป้าหมายของคุณ หลักสูตรการเรียนหลากหลาย ปริญญาตรี ปริญญาโท รวมถึงเรียนภาษาอังกฤษ

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ DePaul University คลิกที่นี่


Stafford House International 

เปิดประสบการณ์ใหม่ของการเรียนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันทันสมัย ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง 4 แห่งของสหรัฐอเมริกา ซึ่งแต่ละวิทยาเขตก็มีเอกลักษณ์เฉพาะที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ นับจากวันแรกที่ก้าวเข้าสู่ Stafford House นักเรียนจะได้พบสังคมใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ ทั้งจากในชั้นเรียนและจากการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันในเมือง นักเรียนที่มาศึกษาที่วิทยาเขตชิคาโกจะได้ท่องเที่ยวไปยังสถานที่อันโด่งดัง เช่น สถาบันศิลปะแห่งชิคาโก, มิลเลนเนียมพาร์ค, สวนสัตว์ลินคอล์น

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stafford House International คลิกที่นี่


Valparaiso University หรือ Valpo University ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1859 ตั้งอยู่ในเมืองมิดเวสเทิร์น รัฐอินเดียน่า มีต้นกำเนิดจากการเป็นสถาบันการศึกษาที่เน้นวิชาศิลปศาสตร์และวิชาในระดับสูง มีหลักสูตรการเรียนที่ครอบคลุมทั้งปริญญาตรี และปริญญาโท แวดล้อมด้วยบรรยากาศการเรียนที่เอื้อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ปลอดภัย และเดินทางสะดวก ห่างจากชิคาโก้เพียง 1 ชั่วโมง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ สถานบันเทิง และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สามารถเดินไปได้จากมหาวิทยาลัยแห่งนี้

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Valparaiso University คลิกที่นี่