fbpx

Study in Canada

"Study in Canada with Us"

เรียนมัธยม, เรียนภาษาอังกฤษ, เรียนประกาศนียบัตร, เรียนหลักสุตรเฉพาะทาง + ทำงาน, เรียนอนุปริญญา, เรียนปริญญาตรีในประเทศแคนาดา

ทำไมต้องเรียนต่อแคนาดา?

แคนาดาประเทศที่มีอาณาเขตใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของโลก ลองลงมาจากรัฐเซีย และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนโยบายและวัฒนธรรมที่เปิดรับผู้คนจากต่างประเทศมากที่สุด

1) แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพด้านการศึกษา

Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) เป็นองค์กรที่สนับสนุนความร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาได้เปิดเผยผลการสอบ PISA เพื่อรายงานผลการจัดลำดับโดยแบ่งตามประเทศ ซึ่งการสอบนี้แบ่งคะแนนเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Reading, Maths และ Sciences ประเทศแคนาดาจับอยู่เป็นลำดับที่ 3 รองลงมาจากประเทศเกาหลีใต้ (ลำดับที่ 1) และประเทศฟินแลนด์ (ลำดับที่ 2)  *อ้างอิง The Guardian – คลิก 

ในระดับอุดมศึกษา แคนาดามีมหาวิทยาลัยกว่า 100 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ด้วยมาตรฐานด้านการศึกษา รวมถึง the University of Toronto, McGill University, University of British Columbia (UBC), Universite de Montreal และ University of Alberta ซึ่งถูกจัดลำดับอยู่ใน Top 100 ranking จากมหาวิทยาลัยทั่วโลก

2) ความปลอดภัยในประเทศแคนาดา

ประเทศแคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยมากที่สุดในโลก สงบและปลอดภัยมากที่สุดเป็นลำดับที่ 8 จากสถิติ the Global Peace Index 2018 *อ้างอิง Global Peace Index – คลิก นอกจากนี้แล้ว US News & World Report ยังจัดลำดับแคนาดาไว้ให้เป็นประเทศที่ดีเยี่ยมที่สุดเป็นลำดับที่ 2 เนื่องจากโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา อายุไขเฉลี่ยของประชากร สถิติอาชญากรรมและความรุนแรงที่ต่ำ

3) ค่าใช้จ่ายในอัตราที่ไม่สูงเกินไป

ถึงแม้คุณภาพด้านการศึกษาและมาตรฐานในการใช้ชีวิตในประเทศแคนาดาอยู่ลำดับต้นๆของโลก แต่ค่าครองชีพ และค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนนานาชาติโดยทั่วไปแล้วประหยัดกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอังกฤษ

4) วิถีแบบแคนาเดียน

เนื่องจากแคนาดาเป็นประเทศที่กว้างใหญ่มาก จึงมีความหลากหลายสูง ทั้งในเรื่องของประชากร สภาพของพื้นที่ สภาพอากาศ และวิถีชีวิตของผู้คน อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมแบบแคนาเดียนให้ความสำคัญกับ ความภาคภูมิใจ และความยึดมั่นในความเสมอภาค ความหลากหลาย และความเคารพต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

เมื่อนึกถึงแคนาดา เราอาจจะนึกถึงวิวธรรมชาติที่สวยงาม แผ่นดินที่กว้างใหญ่ รายล้อมไปด้วยภูเขา ป่าไม้ และทะเลสาบ ในขณะที่ความเป็นจริงแล้ว แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ทันสมัยและก้าวหน้ามากที่สุดประเทศหนึ่ง อีกทั้งผู้คนส่วนใหญ่มีความเปิดกว้างต่อความแตกต่างหลากหลาย มีความเป็นมิตรและสุภาพ

5) การทำงานและโอกาสในการอพยพ

ในขณะที่กำลังศึกษาในประเทศแคนาดา นักเรียนสามารถทำงานได้อย่างถูกกฏหมาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่ลงเรียนด้วย และนักเรียนนานาชาติที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันในประเทศแคนาดา และมีประสบการณ์การทำงานในประเทศแคนาดา สามารถสมัครขอสถานะผู้อาศัยถาวรของประเทศแคนาดาได้

การศึกษาต่อประเทศแคนาดา

ประเทศแคนาดามีระบบการศึกษาที่แตกต่างกันในแต่ละมณฑลและดินแดนในอาณัติ ไม่มีรัฐบาลกลางที่คอยกำหนดและควบคุมเหมือนสหรัฐอเมริกา เพียงแต่มีหน้าที่ในการออกนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านการศึกษา เช่น การอนุมัติเงินของมณฑลและส่วนกลาง การรับรองครู หนังสือเรียนและการบริการห้องสมุด การจัดการข้อมูลสถิติและการบันทึก เป็นต้น เรียกได้ว่ารัฐบาลกลางของแคนาดากระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและเขตพื้นที่จัดการการศึกษาของตัวเอง

การศึกษาในระดับประถมและมัธยม (Primary and secondary schools)

โรงเรียนที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับประถมจนถึง grade 12 (มัธยมศึกษาปีที่ 6) เรียกว่า primary and secondary schools ซึ่ง primary คือระดับ grade 1-8 (ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 2) และ secondary คือ grade 9-12 (มัธยมศึกษาปีที่ 3-6)

ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการด้านการศึกษาที่จะตัดสินใจด้านนโยบายการจัดการเรียนการสอน การจ้างครู การจัดซื้ออุปกรณ์ และการบริหารจัดการทั่วไป โดยโรงเรียนส่วนใหญ่จะมี Parents Advisory Councils (PACs) ซึ่งเป็นคล้ายๆกับสมาคมผู้ปกครองร่วมจัดการสรรหาและจัดการงบประมาณสำหรับการศึกษาด้วย

โรงเรียนที่แนะนำ

โรงเรียนในเขต Vernon School 

Vernon School District #22 หรือ โรงเรียนรัฐบาลในเครือเวอร์นอน ตั้งอยู่ที่เมืองเวอร์นอน ในหุบเขา Okanagan รัฐบริติชโคลัมเบีย อยู่ห่างจากเมืองแวนคูเวอร์ประมาณ 4.5 ชั่วโมงทางรถยนต์ หรือใช้เวลาเพียง 45 นาทีโดยเครื่องบิน ไปลงที่สนามบินนานาชาติเคลโลนา แล้วเดินทางจากสนามบินนานาชาติเคลโลนา ไปยังเมืองเวอร์นอนใช้เวลาประมาณ 30 นาทีทางรถยนต์ โดยใช้ถนนไฮเวย์ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดเส้นหนึ่งในประเทศแคนาดา ครอบครัวชาวแคนาดาของเราจะไปต้อนรับนักเรียนที่สนามบินนานาชาติเคลโลนา และขับรถพาไปที่โฮมสเตย์

1) Clarence Fulton Secondary School : เป็นโรงเรียนที่มีวิชาให้เลือกหลากหลาย ทั้งวิชาการ และวิชาเลือกที่น่าสนใจ โรงเรียนนี้มีความโดดเด่นในหลักสูตรด้านการกีฬา และเป็นโรงเรียนชุมชนที่มีความอบอุ่นมาก (เกรด 8-12) จุดเด่นของโรงเรียน เป็นโรงเรียนที่มีหลายวิชาให้เลือกและวิชาเลือกที่น่าสนใจ โรงเรียนนี้มีความโดนเด่นในหลักสูตรด้านกีฬา

2) Charles Bloom Secondary School : เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาที่นำเอาแนวคิดแบบโรงเรียนชุมชนมาใช้ร่วมด้วย อยู่ในพื้นที่ชนบทย่านลัมบี้ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเวอร์นอนประมาณ 30 นาที เป็นประตูสู่ภูเขาโมนาชีโดยที่โรงเรียนนั้นตั้งอยู่ที่ใจกลางหมู่บ้าน และใกล้กับสิ่งอํานวยความสะดวกของชุมชน อาทิ สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ เกมกลิ้งหินบนลานน้ำแข็ง การเล่นสเก็ตบนลานสเก็ตน้ำแข็ง ห้องสมุดชุมชน และลานเล่นสเก็ตบอร์ด (เกรด 7-12) จุดเด่นของโรงเรียน เป็นโรงเรียนมัธยมที่มีจำนวนนักเรียนน้อยที่สุดในเวอร์นอน เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศการเรียนและการใช้ชีวิตแบบชาวแคนาดา

3) Kalamalka Secondary School : เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ตั้งอยู่ในเขตที่ร่มรื่นน่าอยู่ใกล้กับชุมชนโคลด์สตรีมและใกล้ๆ กับทะเลสาบคัลลามัลกา มีความโดดเด่นทั้งในด้านวิชาการ กีฬา และโปรแกรมนอกหลักสูตรที่ให้นักเรียนในทุกระดับชั้นมีส่วนร่วมด้วยกัน นักเรียนสามารถหาความสนุกได้หลากหลาย ทั้งจากด้านการกีฬา ชมรม ศิลปะ และวิชาเลือกที่น่าสนใจ เช่น ละครเพลง ช่างไม้ และวงดนตรี คัลเป็นโรงเรียนเดียวในเขตการศึกษาเวอร์นอนที่เปิดสอนการศึกษาแบบ AP (Advanced Placement) (เกรด 8-12) จุดเด่นของโรงเรียน ความเป็นเลิศทางวิชาการ วงดนตรี และด้านกีฬา

4) Vernon Secondary School : เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีหลักสูตรหลากหลายมากที่สุดโรงเรียนหนึ่งในเมือง เปิดสอนรายวิชาทุกแขนง มีอาคารใหม่ที่สวยงามพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในทุกๆห้อง โรงเรียนมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จด้านกีฬา ศิลปกรรม และวิชาการ นักกีฬาโรงเรียนได้เข้าแข่งขันในระดับมณฑลเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกอล์ฟ เคอร์ลิง ฟุตบอล หรือกีฬาอื่น ภาควิชาการละครมีชื่อเสียงในการผลิตละครเพลง ทางด้านวิชาการ โรงเรียนมีโปรแกรมเศรษฐศาสตร์เปิดสอน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นโปรแกรมหนึ่งที่ดีที่สุดของมณฑล (เกรด 8-12) จุดเด่นของโรงเรียน : ด้านการแสดง ด้านกีฬา วิชาเศรษฐศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม

5) W.L. Seaton Secondary School : เป็นโรงเรียนที่มีทั้งหลักสูตรภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสแบบอิมเมอร์ชั่น และเป็นโรงเรียนแห่งเดียวในเมืองที่เปิดสอนหลักสูตรภาษาฝรั่งเศส อีกทั้ง เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีความหลากหลายมากที่สุดในเขตการศึกษา  (เกรด 8-12) จุดเด่นของโรงเรียน : เปิดสอนหลักสูตรภาษาฝรั่งเศสแบบอิมเมอร์ชั่น ความหลากหลายเชื้อชาติของนักเรียน การแสดงที่เป็นเลิศ

โรงเรียนในเขต Golden Hills School

Golden Hills School Division (GHSD) เป็นกลุ่มโรงเรียนรัฐบาลตั้งอยู่ชานเมืองคัลการี่ รัฐอัลเบอร์ต้า ครอบคลุม  3 เมืองเล็กๆ ได้แก่ Strathmore, Drumheller และ Three Hills  คัลการี่เป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศแคนาดา เป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีสำนักงานปตท.ตั้งอยู่ที่นี่อีกด้วย และเคยเป็นสถานที่จัดกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวในปี ค.ศ. 1988 นอกจากนี้คัลการี่ยังเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเมืองที่มีศูนย์วิจัยทางเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งหนึ่งของประเทศ นักเรียนต่างชาติจะได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจจากการอาศัยในเมืองเล็กๆ ที่สงบ ปลอดภัย และยังสามารถเดินทางไปเที่ยวเมืองใหญ่อย่างคัลการี่ได้สะดวก โดยใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น

1) Strathmore High School : ตั้งอยู่ที่เมือง Strathmore รัฐ Alberta มีนักเรียนประมาณ 750 คน ในเกรด 10 ถึง 12 มีหลักสูตรการเรียนที่หลากหลาย ทั้งด้านวิชาการ อาชีวศึกษา รวมถึงหลักสูตรวิชาชีพและเทคโนโลยีศึกษา (CTS) เป็นต้น เรามีความภาคภูมิใจที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านการศึกษาของนักเรียน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมแห่งความหลากหลายที่เอื้อต่อการศึกษาเล่าเรียน เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้มีบทบาทของความเป็นผู้นำ *โรงเรียนมีหอพัก

2) Drumheller Valley Secondary School : ตั้งอยู่ที่เมือง Drumheller รัฐ Alberta มีนักเรียนประมาณ 400 คน ในเกรด 7 ถึง 12 ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติ Badlands, Alberta มีหลักสูตรการศึกษาที่ยอดเยี่ยมและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ ศิลปะ รวมถึงหลักสูตรวิชาชีพและเทคโนโลยีศึกษา (CTS)  เป็นต้น ทางโรงเรียนส่งเสริมคุณค่าด้านการเรียนรู้ในการใช้ชีวิต อีกทั้งให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ และเตรียมความพร้อมของนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อหลังจบจากมัธยมศึกษา *โรงเรียนมีหอพัก

3) Three Hills School : ตั้งอยู่ที่เมือง Three Hills รัฐ Alberta มีนักเรียนประมาณ 500 คน เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดของ GHSD อีกทั้ง ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่โรงเรียนที่มีหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง ตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงเกรด 12 มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ทางโรงเรียนมีเจ้าหน้าที่มากกว่า 50 คนของ คอยให้บริการนักเรียน และเรารู้สึกภาคภูมิใจในความปลอดภัยและเคารพซึ่งกันและกัน ของชุมชนแห่งการเรียนรู้ของเรา เป็นที่ซึ่งนักเรียนจะได้บรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเอง หลักสูตรการศึกษาก็มีให้เลือกเรียนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ ดนตรี การละคร ศิลปะ เป็นต้น นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังมีความโดดเด่นเรื่องการกีฬาอีกด้วย

การศึกษาระดับอุดมศึกษาในแคนาดา (Post-secondary school)

Post-secondary รวมถึง

+ วิทยาลัย สำหรับการเรียน University Transfer (เรียนอนุปริญญาเพื่อศึกษาต่อปริญญาตรี) และ Diploma (ประกาศนียบัตร)
+ มหาวิทยาลัย สำหรับการเรียนปริญญาตรี, ปริญญาโท และปริญญาเอก
+ วิทยาลัยเอกชนเฉพาะทาง สำหรับการเรียน Diploma (ประกาศนียบัตร)
+ โรงเรียนเทคนิคและวิชาชีพ

วิทยาลัยที่แนะนำ

Okanagan College

Okanagan College ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1963 ที่เมือง Kelowna รัฐ British Columbia ประเทศแคนาดา ต่อมาในปี 2006 ทางมหาวิทยาลัยได้ขยายแคมปัสเพิ่มอีก 3 แห่ง รวมเป็น 4 แคมปัสหลัก คือ Kelowna, Penticton, Vernon และ Salmon Arm นับได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ และมีบทบาทในการพัฒนาภูมิภาคเป็นอย่างมาก 

Okanagan College เป็นสถาบันที่เปิดสอนระดับอนุปริญญาเพื่อโอนเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย (university transfer), ระดับปริญญาตรี (Bachelor) โดยมีหลักสูตรการเรียนที่หลากหลาย มากถึง 130 สาขาการเรียน มีหลักสูตรที่มุ่งเน้นสำหรับการประกอบอาชีพอีกด้วย (diploma) ด้วยรูปแบบการเรียนในชั้นเรียนขนาดเล็ก หลักสูตรระดับแนวหน้า และคณาจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ จึงมีส่วนช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จในอนาคตที่วาดหวังไว้ 

Okanagan College มีนักเรียนประมาณ 10,000 คน แบ่งเป็นนักเรียนนานาชาติ 1,500 คน จากมากกว่า 60 ประเทศ นักเรียนจะได้อยู่อาศัย เรียน และทำงาน ในย่านใจกลาง British Columbia ของ Okanagan Valley เป็นเมืองที่มีฤดูกาลอันเป็นเอกลักษณ์ถึง 4 ฤดู และมีสภาพอากาศเย็นสบายตลอดปี

Greystone College ตั้งอยู่ในแคนาดา แคมปัส Vancouver และ Toronto โดยมีการเปิดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพที่มีคุณภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาในประเทศมาเป็นเวลากว่า 15 ปี รูปแบบการเรียนเน้นในด้านการมีส่วนร่วมและการฝึกงาน เพื่อช่วยให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ในการทำงานจริงในสาขาที่เรียน หลักสูตรที่เปิดสอน ได้แก่ด้าน Business, Tourism & Hospitatlity, Teacher Training, Interpreting and Translation อีกทั้งยังมีหลักสูตร Co-op สำหรับการฝึกปฏิบัติงานด้านธุรกิจ การท่องเที่ยวและการบริการ

เรียนภาษาอังกฤษที่แคนาดา (language schools)

สถาบันสอนภาษาในแคนาดาเปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสำหรับนักเรียนต่างชาติ

สถาบันที่แนะนำ

ILSC EDUCATION GROUP เปิดทำการตั้งแต่ปี 1991โดยมีนักเรียนกว่า 230,000 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกเข้ารับการศึกษาในสถาบันสอนภาษาอังกฤษ 7 สาขา และ 6 วิทยาลัย ที่ตั้งอยู่ใน 3 ประเทศทั่วโลก  สาขาในแคนาดา ตั้งอยู่ที่ Vancouver / Montréal / Toronto สาขาในออสเตรเลีย ตั้งอยู่ที่ Melbourne / Brisbane / Sydney ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกเรียนได้โดยอิสระทั้งสถานที่และเป้าหมายที่ตนเองต้องการ

ข้อมูลสำคัญ

คำแนะนำในการทำเรื่องสมัครเรียนต่อแคนาดา

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่า สถาบันที่จะสมัครเข้าศึกษา ได้รับการรับรอง โดย Designated Learning Intuition (DLI) หากไม่ได้รับรอง สถานฑูตแคนาดาจะปฏิเสธใบสมัคร VISA ทันที *สามารถตรวจสอบว่าสถาบันได้รับการรับรองโดย DLI หรือไม่ ได้โดย click ที่นี่
  • ทำเรื่องสมัครเข้าเรียนอย่างน้อย 6 เดือนล่วงหน้า หรือยิ่งสมัครได้ล่วงหน้ายิ่งดี
  • รายละเอียดเกี่ยวกับ study permit ของแคนนาดา – click ที่นี่

การทำงานในแคมปัส (on-campus)

นักเรียนระดับอุดมศึกษาสามารถทำงานในแคมปัสได้ โดยไม่ต้องมี work permit หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

+ เป็นนักเรียนเต็มเวลาในสถาบันระดับอุดมศึกษา (หลังจากจบมัธยมปลายแล้ว)
+ มี study permit ที่ยังคงใช้งานได้
+ มี Social Insurance Number (SIN)

มีใครสามารถจ้างงานคุณได้บ้าง?

+ สถาบันการศึกษา
+ อาจารย์
+ องค์กรนักศึกษา
+ ตัวเอง
+ ธุรกิจเอกชน
+ คู่สัญญาของสถานศึกษาที่ให้บริการในแคมปัส

รายละเอียด work on campus : click ที่นี่

การทำงานนอกแคมปัส (off-campus)

หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ นักเรียนนานาชาติสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องมี work permit

+ มี study permit ที่ยังคงใช้งานได้
+ เป็นนักเรียนเต็มเวลาของสถาบันที่ได้รับการรับรองโดย (DLI : designated learning institution และได้ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรระดับอุดมศึกษาเชิงวิชาการ รวมถึงหลักสูตรวิชาชีพ หรือ หลักสูตรวิชาชีในระดับเทียบเท่ามัธยมปลายเฉพาะใน Quebec)
+ ได้เริ่มเรียนแล้ว
+ มี study permit ที่ระบุไว้ว่าสามารถทำงาน on หรือ off campus ได้
+ กำลังเรียนในหลักสูตรที่จะนำไปสู่วุฒิการศึกษาหรือประกาศนียบัตรที่ใช้เวลาเรียนขั้นต่ำ 6 เดือนขึ้นไป
+ มี Social Insurance Number (SIN)

ทั้งนี้หากไม่ได้เป็นนักเรียนเต็มเวลา ก็สามารถที่จะทำงาน off campus ได้ ในกรณีที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

+ เป็นนักเรียนเต็มเวลามาตั้งแต่เริ่ม
+ กำลังเรียน part-time อยู่ เนื่องจากเป็นเทอมสุดท้ายและไม่จำเป็นต้องเรียนเต็มเวลาเพื่อที่จะจบหลักสูตรที่กำลังศึกษา

*รายละเอียด work off campus – click ที่นี่

การทำงานด้วยสถานะของนักเรียน co-op หรือการฝึกงาน

เนื่องจากบางหลักสูตรการศึกษามีประสบการณ์การณ์การทำงานเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร นักเรียนสามารถสมัครขอใบอนุญาต co-op หรือ intern ได้ ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

+ มี study permit ที่ยังสามารถใช้งานได้
+ การทำงานถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนต่อแคนาดาของคุณ
+ มีจดหมายจากโรงเรียนยืนยันว่าหลักสูตรคุณจำเป็นต้องมีการทำงานเพื่อจบการศึกษา
+ ระยะเวลา co-op หรือฝึกงานไม่มากกว่า 50% ของระยะเวลาในการเรียนตลอดหลักสูตร

คุณจะไม่สามารถขอใบอนุญาตประเภทนี้ได้ถ้า

+ รียนหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส
+ วิชาที่เรียนเป็นวิชาสำหรับการเตรียมเข้าเรียนหลักสูตรอื่นๆ

*รายละเอียด co-op หรือ intern – คลิกที่นี่

การพักอาศัยในแคนาดาหลังจากสำเร็จการศึกษา

หลักจากที่สำเร็จการศึกษาแล้ว นักเรียนสามารถที่จะทำงานชั่วคราวหรือขอพักอาศัยในแคนาดาได้อย่างถาวร

การทำงานหลังเรียนจบจะต้องใช้ work permit ซึ่งเรียกว่า Post-graduation work permit (PGWP) ซึ่งหากไม่สามารถสมัครขอ PGWP ได้ อาจจะขอ work permit ประเภทอื่นๆได้

สำหรับการสมัครเป็นผู้พักอาศัยถาวรในแคนาดา จะพิจารณาจากเกณฑ์ดังต่อไปนี้

A) Canadian Language Benchmark (CLB) การระบุถึงความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ หรือ the Niveaux de competence (NCLC) การระบุถึงความสามารถด้านการใช้ภาษาฝรั่งเศส
B) ลิสต์ตำแหน่งงานต่างๆในตลาดแรงงานของแคนาดา โดยแบ่งตามทักษะ 5 ระดับ ได้แก่ 0, A, B, C, D

*รายละเอียดเพิ่มเติม – click ที่นี่

กรอกข้อมูลให้เราติดต่อกลับ

บทความแนะนำ

แคนาดาใน 6 ย่อหน้า

September 13, 2018
รู้จัก ประเทศแคนาดาใน 6 ย่อหน้า ประเทศแคนาดา ประชากร แคนาดามีประชากร 36.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพจากยุโรป โดยเฉพาะจากประเทศที่อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ผู้อพยพจากทวีปเอเชียได้เพิ่มสูงขึ้นมาก รวมถึงจากแทบคาริบเบียนและแอฟริกาด้วย...

ขอรับคำปรึกษาฟรี!

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อก้อปันกัน